ในแวดวงธุรกิจไทย หากเอ่ยชื่อ DKSH ภาพจำแรกที่หลายคนนึกถึงคือองค์กรยักษ์ใหญ่เชื้อสายสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ขับเคลื่อนให้สินค้าอุปโภคบริโภค ยา และเวชภัณฑ์ กระจายสู่ทั่วทุกมุมของประเทศมายาวนาน ในวาระที่ DKSH (ประเทศไทย) ก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 120 ในปี พ.ศ. 2568 โจทย์ใหญ่ที่ คุณมาเทียส เกรเกอร์ กรรมการผู้จัดการ หน่วยธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม (Performance Materials) กำลังขับเคลื่อน ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาแชมป์ในฐานะผู้ให้บริการขยายตลาด (Market Expansion Services) แต่คือการนำพาองค์กรมุ่งฝ่าคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และสร้างการเติบโตที่ "เขียว" และ "ยั่งยืน" อย่างแท้จริง
คุณมาเทียส เล่าย้อนถึงรากฐานที่มั่นคงสู่ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ จากการดำเนินงานระดับโลกมากว่า 160 ปี สู่การดำเนินธุรกิจในไทยมาถึง 120 ปี ตั้งแต่ยุคสำนักงานริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑเมื่อปี 1931 ปัจจุบัน DKSH เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 4 หน่วยธุรกิจหลัก ได้แก่ Consumer Goods, Healthcare, Technology และ Performance Materials ด้วยเครือข่ายที่เข้าถึงลูกค้ากว่า 1,400 รายต่อวัน และบริหารจัดการคู่ค้า (Client/ Supplier) อีกกว่า 840 ราย ความยิ่งใหญ่นี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อลูกค้ารายใหญ่กว่า 25% เริ่มตั้งคำถามถึง "คาร์บอนฟุตพรินต์" ในกระบวนการซัพพลายเชน

ปักหมุด Science-Based Targets ที่ลดจริง วัดผลได้
DKSH ไม่ได้มองเรื่องความยั่งยืนเป็นเพียงกิจกรรม CSR ฉาบฉวย แต่ได้ยกระดับเป็นกลยุทธ์หลักเทียบเท่ากับค่านิยมองค์กรด้านอื่นๆ ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับโลก Science Based Targets Initiative (SBTi) บริษัทได้ตั้ง เป้าหมายที่ท้าทายในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030)
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือความสำเร็จในปี 2024 ที่ DKSH สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรง (Scope 1) และการใช้ไฟฟ้า (Scope 2) ลงได้ถึง 55% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2020
“ความสำเร็จนี้เกิดจากการปฏิวัติระบบบริหารจัดการพลังงานครั้งใหญ่ โดยปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้า หรือ Distribution Center ของ DKSH ที่มีอยู่ราว 12 แห่ง ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้วถึง 50% ของพื้นที่ที่มีศักยภาพ ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว” คุณมาเทียสกล่าว

ฝ่า Scope 3 ความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน
คุณมาเทียส ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความท้าทายที่สุดของธุรกิจบริการขยายตลาดคือการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วนที่บริษัทไม่ได้ควบคุมโดยตรง หรือ Scope 3 โดยเฉพาะในภาคการขนส่งที่ DKSH ใช้วิธี Outsource ให้กับซัพพลายเออร์ภายนอก
"การเปลี่ยนผ่านไปใช้รถ EV คือโจทย์ที่ยากที่สุด เนื่องจากต้นทุนเริ่มต้นของรถบรรทุกไฟฟ้ายังสูงกว่ารถดีเซล อย่างไรก็ตาม DKSH ได้เริ่มโครงการนำร่อง เพื่อมอบแรงจูงใจและการสนับสนุนทางการเงินแก่พาร์ตเนอร์ขนส่ง เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านนี้ ปัจจุบันเรามีรถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck วิ่งให้บริการแล้วประมาณ 30 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีก 10 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะลดคาร์บอนครอบคลุมทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ"
จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ Green Logistics นอกจากการขนส่งแล้ว DKSH ยังปฏิวัติวงการบรรจุภัณฑ์ยาด้วย "B-Box" กล่องควบคุมอุณหภูมิที่ผลิตจากวัสดุ EPP (Expanded Polypropylene) ซึ่งมีคุณสมบัติน้ำหนักเบาแต่เก็บความเย็นได้ดีเยี่ยม จุดเด่นสำคัญคือเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% (Reusable) และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 5 ปี นวัตกรรมนี้เข้ามาแทนที่กล่องโฟมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ช่วยลดขยะพลาสติกในระบบสาธารณสุขได้อย่างมหาศาล เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีมาผสานกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

วิถียั่งยืน ภายใต้พันธกิจ "Enriching People’s Lives"
ภายใต้พันธกิจ "Enriching People’s Lives" ของ DKSH พิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจและการเดินหน้าเพื่อสังคมสามารถไปด้วยกันได้ เช่น ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุด DKSH เป็นหน่วยงานแรกที่อาสาช่วยรัฐบาลกระจายวัคซีนและบริจาควัคซีน 2 ล้านโดสแรกให้คนไทย
รวมถึงการจับมือกับ มูลนิธิบ้านเด็ก (Baan Dek Foundation) สนับสนุนเงินกว่า 16 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวแรงงานข้ามชาติให้เข้าถึงระบบสาธารณสุข อีกทั้งการจัดกิจกรรม Patient Purpose Day วิ่งระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและปากมดลูก ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า สำหรับ DKSH ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการดูแล "คน" ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ก้าวต่อไปของ DKSH คือบทพิสูจน์ว่าองค์กรเก่าแก่ 120 ปี ก็สามารถปรับตัวเป็นผู้นำแห่งอนาคตได้อย่างสง่างาม โดยคุณมาเทียสมองว่าการลงทุนเพื่อความยั่งยืน แม้จะมีต้นทุนแต่คือสิ่งที่ "ถูกต้อง" และเป็นการสร้าง Competitive Advantage ที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่ง DKSH พร้อมสำหรับการเป็นต้นแบบของธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาโลก เพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน
