นับจากปีนี้เป็นต้นปี กลุ่มคนเจนเนอเรชั่นใหม่หรือ GEN Z กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน และอาชีพส่วนใหญ่ที่กลุ่ม นี้ใฝ่ฝันก็คือการเป็นผู้ประกอบการ ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อพอดี เพราะการค้ายุคนี้เปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิงจาก ระบบการค้าแบบออฟไลน์เป็นการค้าแบบยุค New Normal ที่ต้องเน้นการค้าออนไลน์มากขึ้น กลยุทธ์เปลี่ยนรูปแบบไป เป็นระบบดิจิทัล
กระทรวงพาณิชย์เลยมีโครงการปั้น Gen Z เป็น CEO ภายใต้ชื่อโครงการกระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ (From Gen Z to be CEO) เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกลุ่มนี้ผ่านหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่สูตร e-commerce ให้ขายผ่าน ระบบออนไลน์ได้ ขายเป็น มีความรู้ความเข้าใจเชิงลึก เรื่องโลจิสติกส์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีการบริหารจัดการยุคใหม่ ที่มีแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชันต่างๆที่จะมีส่วนมาช่วยให้บริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่อง 5G การให้บริการ Cloud Service ที่เปลี่ยนจากระบบเดิม ไปจนถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโครงการนี้ว่ามีการเปิดตัวโครงการผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับนักศึกษา และผู้ประกอบการทั่วประเทศ พร้อมเผย แพร่หลักสูตรให้ความรู้ความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจเรื่องการส่งออกเบื้องต้น ภาษาอังกฤษทางการค้า ที่สำคัญมี ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มาถ่ายทอดประสบการณ์ให้รับทราบว่าเทคนิคในการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ได้ทราบว่าอายุน้อยร้อยล้านทำอย่างไร
"โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน เดิมทีตั้งเป้าว่าในปลายปี 2563-2564 จะมีผู้เข้าสมัครโครงการปั้น Gen Z เป็น CEO ให้ได้ 12,000 คนทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจตอนนี้สมัครเข้ามาถึง 16,500 คนจากทั่วประเทศ และกระทรวงพาณิชย์อบรม ให้ความรู้ไปแล้วหลายรุ่น หากจบการอบรมแล้วผลสอบได้ติดท็อป 100 คนแรก มีโอกาสไปฝึกงานในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัทหัวเว่ย รวมทั้งระบบการทำธุรกิจบิทคอยน์ซึ่งเป็นการบริหารจัดการการเงินยุคใหม่ หรือถ้าติดท็อป 500 คน จะมีโอกาสเข้าไปเรียนเพิ่มทักษะต่างๆ กับเครือข่ายพันธมิตรของกระทรวงพาณิชย์ต่อไป"
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า การค้าและการส่งออกกลายเป็นตัวจักร สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 เพราะอย่างน้อยก็เข้ามาพยุงเศรษฐกิจ จากการถดถอยของธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเดือนมิถุนายนที่ผ่านมายอดตัวเลขส่งออกเป็นบวกสูงถึง 43.82% การส่งออก ยังเป็นกุญแจดอกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้าต่อไป
มั่นใจว่าทุกคนมีศักยภาพเป็นแม่ทัพบุกตลาดโลกนำรายได้เข้าประเทศต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้ง ประเทศ เพราะรายได้ที่นำเข้ามาทั้งหมดจะแปลงเป็นภาษีเป็นรายได้ส่วนหนึ่งนำไปพัฒนาชนบทจังหวัดต่างๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา และอุดหนุนระบบการศึกษาและประกันรายได้เกษตรกร เงินเหล่านี้ก็จะมาจากแม่ทัพอย่างพวกเราในอนาคต ที่จะไปบุกตลาดโลกนำรายได้เข้าประเทศ เมื่อประกอบธุรกิจก็จะทำให้มีคนมีงานทำในภาคแรงงานต่อไป