BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
49,827
VIEWS

เปิดแนวคิด ลิลูน่า โมเดลน้ำใจ แชร์ค่าเดินทาง

ธ.ค. 11, 2560 S.Worapol

คอลัมน์สตาร์ทอัพชิ้นนี้ทีมงานได้รับการติดต่อจาก ลิลูน่า แอพพลิเคชั่นน้องใหม่ ที่วางตัวเองอยู่ในกลุ่มการเดินทาง แต่ด้วยฟังก์ชั่นและวิธีการใช้งานแล้วค่อนข้างแตกต่างจากแอพเรียกรถเดินทางอย่างที่เราเคยรู้จักเลยทีเดียว

เพราะลิลูน่าได้ใช้โมเดล Sharing Economy เข้ามาจับ ที่แตกต่างก็คือเรื่องของ “น้ำใจ”  คือ ผู้โดยสารไม่สามารถเรียกรถให้มารับได้ แต่ผู้โดยสารต้องเลือกเส้นทางต่างๆ ภายในแอพพลิเคชั่น ที่ฝั่งคนขับจะมาแชร์ว่าวันนี้พวกเขาจะเดินทางไปไหนบ้าง และมีที่นั่งเหลือกี่ที่ 

พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนกับ ทางเดียวกันไปด้วยกัน นั่นเองครับ อย่างนาย ก อยู่ราม ต้องการไปพระราม 9 เย็นนี้ นาย ก ก็ลงเส้นทางไว้ในลิลูน่า

นาย ข เป็นฝั่งของผู้โดยสาร อยู่แถวรามเข้ามาดูเส้นทาง บังเอิญเห็นนาย ก จะไปพระราม 9 เย็นนี้ ซึ่งนาย ข มีธุระแถวนั้นพอดี จึงเกิดการเเมชชิ่งกันทั้งสองฝ่าย

เป็นประโยชน์มากๆ เลยใช่ไหมครับ เพราะดูเหมือนจะราบรื่น ง่ายๆ ชิลๆ แต่เบื้องหลังแล้วมีความท้าทายที่ลิลูน่ากำลังเผชิญอยู่อีกหลายเรื่อง เราเลยใช้โอกาสนี้พูดคุยกับคุณนัฐพงษ์ จารวิจิต Founder ลิลูน่าถึงเรื่องราวข้อมูลต่างๆ

หลังจากบรรทัดนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจนะครับ 

Q: อะไรคือ ลิลูน่า

A: เราเรียกลิลูน่าว่า Ride Sharing Economy  ที่เป็นเหมือนกับสังคมการแชร์การเดินทาง เรามองว่าในอนาคตมันจะใหญ่ขึ้นมากกว่านี้ ก็เลยมองว่าเป็น community ซะมากกว่า

Q: จุดเริ่มต้นคืออะไร

A: ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ทำงานที่เยอรมันมา 3 ปี พอกลับไทยก็เริ่มรู้จัก Startup จากโครงการต่างๆ เลยรู้สึกว่าอยากทำ Startup เพราะว่าการทำงานที่เยอรมันมันไม่ได้ตอบโจทย์ ก็เลยหาไอเดียว่าจะเริ่มต้นจากอะไร

สิ่งที่เห็นเลยก็คือผมอยู่คอนโด ตอนเช้าเวลาออกไปทำงานก็จะเห็นว่ามีคนมายืนรอรถในทุกๆ วัน ขณะที่เราขับรถไปแล้วก็จะมองเห็นคนยืนรอรถเมล์ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็เลยคิดว่าเราอยู่คอนโดเดียวกันเห็นหน้ากันทุกวัน ก็น่าจะไปด้วยกันได้ 

แล้วก็เกิดคำถามขึ้นว่าเขาจะไปไหม พอผมลองถามจริงๆ เขาก็ไม่ไปกับเรา บางครั้งเป็นขากลับเข้าคอนโดซึ่งมันเป็นทางที่ค่อนข้างไกล เขาต้องกลับอยู่แล้ว เราก็ต้องขับรถกลับเช่นกัน

ก็เลยได้ไอเดียว่าจริงๆ การทำอย่างนี้มันมีประโยชน์ มันเป็นเรื่องการเดินทางไปด้วยกัน ก็เลยมาดูว่าโมเดลที่ไทยมีหรือยัง พอมาดูแล้วที่ไทยยังไม่มีก็เลย คิดว่าเราควรที่จะทำให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ 

Q: วันนั้นคิดเรื่อง Business Model อย่างไร

A: คือจากการที่เราได้ทำงานมาก็รู้สึกว่าไม่ได้มีความสุข ไม่ได้มีอะไรที่มันจะตอบโจทย์ในเรื่องของชีวิตการทำงานสักเท่าไหร่ ก็เลยมาคิดว่าเราจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อที่จะให้ใครหลายคนมีความสุขกับสิ่งที่เราทำ  

อยากจะทำงานที่เจ๋งๆ ตอนนั้นก็คิดแค่นั้น แต่พอทำมาแล้วเริ่มมีคนใช้ สื่อหลายๆ ที่มองว่าประสบความสำเร็จ ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย อย่างเรื่อง Business Model ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องมานั่งคิดว่าจะวางแผนยังไง

ตอนนี้ที่คิดได้คือการหาค่าโฆษณา เราไม่อยากให้ไปกระทบกับใคร มันเป็นโมเดลที่ง่ายที่สุด คือถ้าเกิดมีคนใช้เยอะเราก็หาโฆษณาได้

Q: ทางเดียวเลย ?

A: ตอนนี้ก็มีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เข้ามาให้เราไปสร้างแพลตฟอร์มอะไรบางอย่างโดยใช้โมเดลของเรา เขารู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้มีประโยชน์ที่จะเอาเข้าไปใช้ในองค์กรได้ แต่ก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่เพราะว่ามีข้อตกลงบางอย่างยังไม่ลงตัว

Q: คิดว่าบริการแบบนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยในเวลานี้เเล้วหรือยัง

A: ผมมองว่าถึงเวลาที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมแบบนี้มันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

ถ้า 2 ปีที่แล้วลิลูน่าเข้ามาก็อาจจะเป็นอะไรแปลกๆ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ

แต่วันนี้ผมมองว่าไม่ได้แตกต่างจาก Grab หรือ Uber มากเท่าไหร่ เพราะว่ามันก็คือรูปแบบเดียวกัน ก็เลยรู้สึกว่าลิลูน่าน่าจะไปได้

แต่ก็มีความยากอยู่เพราะว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับคนไทย

เราต้องตอบคำถามว่าการที่เราขึ้นรถไปกับคนที่ไม่รู้จักมันจะปลอดภัยจริงหรือ ซึ่งมันก็เป็นคำถามที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับเรา

Q: เตรียมจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

A: พอเอาเข้าจริงๆ แล้ว ผมรู้สึกว่าผมต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไก อย่างคนร้อยคน มีคนที่ไม่อยากใช้ 70 คน แต่มีคนที่ใช้ 30 คน เราไปโฟกัสที่คน 30 น่าจะดีกว่า

เราไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรกับคนทุกคนได้ สู้เรามาโฟกัสคนที่ใช้บริการแล้วทำให้คนที่ใช้มีความรู้สึกดี น่าจะค่อยๆ ขยายตลาดไปได้

Q: สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร

A: ตอนนี้เราเปิดบริการมาประมาณ 10 เดือน ในเรื่องของผู้ใช้มีปริมาณที่เยอะขึ้น จากช่วงแรกๆ จะเป็นแค่เพื่อนที่จะเข้ามาช่วยกันสร้างเส้นทาง พอมีเส้นทางเยอะขึ้นก็จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

แต่หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นตัวนี้ก็สามารถที่จะโตได้ด้วยตัวเอง มีผู้ใช้งานเกิดขึ้น มียอดดาวน์โหลดประมาณ 92,000 ดาวน์โหลด ในจำนวนนี้มี 30,000 คนที่ลงทะเบียนกับเรา มี 3,500 คนเป็นคนขับ และยอด Active Users อยู่ที่ประมาณ 1,000 คน

แต่ตัวเลขที่แมชกันระหว่างเส้นทางกับคนเดินทางตัวเลขตรงนี้ยังน้อยอยู่ เนื่องจากเส้นทางยังน้อย

พอช่วงหลังหลังเส้นทางเยอะขึ้นแต่เวลาในการเดินทางกลับไม่ตรงกัน ตรงนี้มันก็ทำให้สูญเสียโอกาสไป

Q: วางแนวทางแก้ไขไว้อย่างไร

A: ทำให้คนรู้จักแอพพลิเคชั่นก่อน คือถ้าเกิดคนรู้จักก็จะได้เส้นทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ใช้ก็จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นเช่นกัน 

Q: ความท้าทายคืออะไร

A: อย่างแรก ผมมองว่าต้องใช้เวลา คือถ้าคนบอกว่าไม่ปลอดภัย ก็จะต้องดูว่าเรามีการตรวจสอบทั้งสองฝั่งทั้งคนขับทั้งคนนั่ง มีอะไรที่จะทำให้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ 

คำถามก็คือว่า เรานั่งแท็กซี่เรารู้จักชื่อของคนขับหรือเปล่าถึงแม้ว่าจะมีป้ายชื่อบอกแต่คนขับกับป้ายชื่อก็ไม่ได้ตรงกันเสมอไป อย่างนั่งมอไซค์รับจ้างไปในที่เปลี่ยว เรายังนั่งไปกับเขาได้เลย แต่การที่เราจะสื่อสารในลักษณะนี้กับทุกคนเราก็ไม่สามารถที่จะทำได้จริงๆ

อย่างที่ 2 เรื่องแอพพลิเคชั่นเราพยายามทำที่ให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นและการใช้งานต่างๆ ที่ทำให้ง่าย และมีความปลอดภัยมากที่สุด 

Q: มีการศึกษาเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ หรือไม่

A: เราก็พยายามศึกษาข้อกฎหมายที่จะชี้แจงว่า บริการของเราไม่ได้เป็นการขนส่งสาธารณะเพราะอย่างบริการอื่นๆ คือเรียกรถให้มารับเรา แต่ลิลูน่าไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ มันเหมือนเราอยู่ออฟฟิศเรามีรถ มีเพื่อนจะกลับด้วยมันเป็นแบบนี้มากกว่า

แต่ว่าข้อนี้เราก็จะฟันธงไม่ได้ว่าเราถูกกฎหมายจริงๆ คือถ้าเขาจะเอาผิดเราก็เอาผิดได้เพราะว่าเราก็คือรถสาธารณะไปรับคน

จริงๆ ลิลูน่าสอดคล้องกับโครงการของรัฐเมื่อหลายปีก่อนในเรื่องของทางเดียวกันไปด้วยกัน โครงการประหยัดพลังงานหารสอง ซึ่งมีอยู่จริงๆ ที่กระทรวงพลังงานเคยทำมา 

Q: มองอนาคตของลิลูน่าไว้อย่างไร

A:  จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่าลิลูน่าจะไปได้ถึงขั้นไหน เพราะว่ามันค่อนข้างยากกับการที่เราจะทำให้คนมาใช้

คนที่ต้องการมาใช้บางครั้งก็ไม่ได้มีเส้นทางที่มากพอให้เขาเลือกได้ ก็เลยทำให้ไม่ตอบโจทย์คนทุกคนที่อยู่ใน Community ของเรา

ในอนาคตถ้าเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะมีความทันสมัยมากขึ้น มีรถตู้ มีรถไฟฟ้า มีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีรถเมล์ ผมก็อยากให้ลิลูน่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช้สำหรับคนเดินทาง

ถ้าคิดถึงการเดินทางก็คิดถึงลิลูน่า

ภาพ วิจักษณ์ สุขเจริญ

ไม่ได้แจกปริญญาอย่างเดียว 10 อันดับโลกมหาวิทยาลัยผลิต Startup สหรัฐ 8 อิสราเอล 2 UC Berkeley แชมป์

จาก Mass สู่ Personalize เมื่อ “สังคมสูงวัย” กลายเป็นโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร

ไขเบื้องหลังกลยุทธ์! กรุงศรี ตอกย้ำผู้นำธุรกิจญี่ปุ่น ดันอุตสาหกรรมหลักใหม่ที่มีศักยภาพสูงสู่ ASEAN

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว SMEs ไทยจะอยู่รอดได้อย่างไร? AIS วางกลยุทธ์ “3ส” ปั้นผู้ประกอบไทยสู่มาตรฐานระดับสากล

Beacon VC เปิดเวที Innovation Glow Startups Showcase สะท้อนความสำเร็จ 11 สตาร์ทอัพไทยโตก้าวกระโดด

สตาร์ทอัพไทยยืนยัน “ESG” คือกลยุทธ์แห่งองค์กรเติบโตยั่งยืนผ่านโครงการ "ESG to Capital for Tech Entrepreneurs" หลักสูตรในไทยจาก AIS The Start

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact