ถอดกลยุทธ์ D&I ฉบับ “แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย” ที่เน้นบริหารความหลากหลายอย่างสมดุล
แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย มุ่งให้ความสำคัญกับแนวคิด D&I ในการบริหารจัดการองค์กร และทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหารความหลากหลายอย่างสมดุล ด้วยการนำ 4 แนวทางการส่งเสริมความหลากหลายของบริษัทแม่มาสานต่อ ได้แก่ 1) ก้าวข้ามเรื่องเชื้อชาติ ปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานชาวต่างชาติจากหลายประเทศ ทั้งจากทวีปยุโรป อาทิ อิตาเลียน สวีดิช รวมถึงทวีปเอเซีย เช่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เมียนม่า เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ เป็นต้น 2) ก้าวข้ามเรื่องเพศ บริษัทฯ มีพนักงานผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในสัดส่วนสูงเกินร้อยละ 50 3) ก้าวข้ามความพิการ บริษัทฯ มีนโยบายจ้างงานผู้พิการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 และ 4) ก้าวข้ามเรื่องอายุ พนักงานของบริษัทฯ นั้นมีหลากหลายเจเนอเรชัน โดยเจเนอเรชันที่มีจำนวนมากที่สุด คือ กลุ่ม Gen-Y มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 66 ตามมาด้วยกลุ่ม Gen-X มีสัดสวนอยู่ที่ร้อยละ 30 และเจเนอเรชันอื่นๆ อีกร้อยละ 4 ทั้งนี้ บริษัทฯ วางแผนและตั้งเป้าการจ้างงานบุคคลที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต
การบริหารที่สนับสนุนความหลากหลาย และยอมรับความแตกต่างของบุคลากรในองค์กรทั้งในด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม พื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม ความบกพร่องทางร่างกาย เพศสภาพ และประสบการณ์ คือ การมองเห็นคุณค่าของความแตกต่างของพนักงานภายในองค์กร กล่าวคือ พนักงานทุกคนจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และเมื่อมีการบริหารความหลากหลายที่ดีจะทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้ความแตกต่างเหล่านั้นให้เหมาะสมกับงานแต่ละอย่างที่แตกต่างกันออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิดวิสัยทัศน์ผู้บริหารหญิง พลังขับเคลื่อน HR สร้างคนบนความเท่าเทียม
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในทีมผู้บริหารคนสำคัญในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของแบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย และตัวแทนด้านความหลากหลายของพนักงานของบริษัทระดับนานาชาติ คุณณัฏฐณิชา กล่าวถึงหลักการทำงานที่ประสบความสำเร็จว่า “ปรัชญาในการทำงานที่แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย คือ การทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างพลัง (Empowerment) การสร้างทีมที่มีศักยภาพสูง (High performing team) และการทำงานร่วมกันเป็นทีม (One Team) เพราะเราต้องการสร้างบริษัทฯ ให้เป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยที่สุด โดยมีบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะช่วยกันสร้างความแตกต่างให้กับองค์กร และต้องส่งเสริมให้พนักงานมีความรัก และผูกพันกับองค์กรควบคู่กันไปผ่าน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1) การสร้างแรงจูงใจด้วยการแข่งขัน และมอบรางวัลต่างๆ ให้แก่พนักงาน 2) การสร้างแบรนด์ขององค์กร และการสร้างพันธสัญญาทางใจของพนักงานต่อแบรนด์ 3) การเพิ่มศักยภาพหรือขีดความสามารถของคนให้ได้มากที่สุดผ่านการบริหารจัดการองค์กรที่ดี และ 4) การสร้างองค์กรที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจ”
ตามที่แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย เน้นการสร้างแบรนด์ภายใน และสื่อสารกับพนักงานแบบ Two–Way Communication มาโดยตลอด บริษัทฯ ได้ทำการสำรวจวัดระดับความพึงพอใจของพนักงานทุก 2 ปี เพื่อให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับบริษัทฯ โดยผลการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2562 พบว่า พนักงานส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความผูกพันกับองค์กรเป็นอย่างมาก บริษัทฯ ยังได้พัฒนาและมอบสวัสดิการต่างๆ ให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่องโดยสวัสดิการของแบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย ถือว่าเทียบเท่าหรือสูงกว่าองค์กรอื่นๆ รวมถึงเข้ากับยุคสมัย และเหมาะสมกับพนักงานที่มีความแตกต่างทั้งการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible work arrangement) หรือสวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible benefits)”