ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สิงห์ เอสเตท ภูมิใจอย่างมากที่ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในภาคการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการร่วมทุนกับหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดของประเทศไทยในด้านการผลิตไฟฟ้า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ และที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ เป็นธุรกิจที่จะมาผนึกกำลังส่งเสริมซึ่งกันและกันกับธุรกิจหลักของสิงห์ เอสเตท ซึ่งประกอบไปด้วย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย รีสอร์ท และโรงแรม ได้เป็นอย่างดี”
“ในปี 2564 เราได้เดินหน้าผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับธุรกิจที่มาส่งเสริมซึ่งกันและกันกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลักของเรา โดยมุ่งเน้นผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับผู้นำในธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยความมุ่งมั่นในการเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างมีเป้าหมาย โดยไม่พะวงกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อเติมเต็มการเติบโตในระยะยาวของเรา” ฐิติมา กล่าว
“บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมส่งมอบคุณภาพผ่าน 1) การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า น้ำเย็น น้ำร้อน การจัดส่งก๊าซ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, 2) One-stop Solution โดยเสนออุปกรณ์และเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างครบวงจร ผ่านการผนึกกำลังของบริษัทต่างๆ ในกลุ่ม บี.กริม, 3) การบริหารจัดการไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน energy-efficient solution เพื่อลดปริมาณ carbon footprint, 4) ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างได้เป็นอย่างดี และ 5) การเป็นพันธมิตรที่ดีด้วยพันธสัญญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารีเพื่อสร้างความศิวิไลซ์ ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ” ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าว
การร่วมทุนทั้ง 3 บริษัทนี้ คาดว่าจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 7,800 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2567