ณัฐนิช ทองไกรแสน Country Manager LingoAce ประเทศไทย บอกกับเราว่า การขยายสาขาเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น เป็นการมองเห็นโอกาสในการเติบโตที่เนื่องจากปัจจุบัน ภาษาจีน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นภาษาที่ 3 ที่คนไทยอยากเรียน เนื่องจากปัจจุบันประเทศจีนเข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก ขณะที่คนไทยเองก็มีไม่น้อยที่ติดต่อค้าขายกับจีน จึงต้องการที่จะมีความรู้ ความเข้าใจในภาษาจีนมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็มองว่า ในอนาคต ภาษาจีนจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าที่เป็นอยู่ จึงมีการสนับสนุนให้ลูกหลานได้มีโอกาสในการเรียนภาษาจีนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาษาจีนเข้ามาเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ รองจากภาษาอังกฤษ ที่ผู้ปกครองจะผลักดันให้เด็กๆ มีการเรียนเพิ่มเติม
LingoAceประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นมาเป็นแอปพลิเคชัน การเรียนภาษาจีนที่มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ในตลาดเมืองไทยนั้น เกิดจากการนำเสนอแนวทางการเรียนภาษาจีนในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครเคยนำเสนอให้กับตลาดมาก่อน โดยไม่เพียงแค่นำเสนอหลักสูตรที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ เน้นการเสริมสร้าง ทักษะภาษาจีนทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน สามารถเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ไม่มีพื้นฐานใดๆ เลย ไปจนถึงการเสริมทักษะให้แน่นขึ้นสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานอยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย ได้แก่ Gamification จำลองการเรียน การสอนและสถานการณ์ต่างๆ ในรูปแบบของเกม ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกไปกับการเรียน
“แม้จะเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่มีการจำกัดจำนวนคนเรียนแค่คลาสละ 4 คน ทำให้สามารถ Customize การสอนแบบลงลึกให้กับนักเรียนแต่ละคน ทำให้รู้ว่า การเรียนของแต่คนเป็นอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจ ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยมีผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนกับ LingoAce ร่วมหมื่นคน เติบโตแบบรายไตรมาสถึง 300% โดยนักเรียนส่วนใหญ่จะมาจากโรงเรียนอินเตอร์และโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ”
การมีฐานกระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงมีฮับอยู่ที่ประเทศจีนที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเรียน การสอนรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาครูผู้สอนให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก การมีสเกลค่อนข้างใหญ่นี้ ทำให้มีข้อได้เปรียบในเรื่องของราคาค่าเรียนที่ตกประมาณชั่วโมงละ 200 – 300 บาท สำหรับคลาสการเรียน 4 คน แล้วแต่แพ็กเกจระยะยาวที่ซื้อไว้ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าการเรียนในรูปแบบออฟไลน์กับสถาบันสอนภาษาจีนทั่วไป
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ LingoAce ประสบความสำเร็จและสร้างผลลัพธ์ที่พึงพอใจให้กับผู้ปกครอง และนักเรียนในหลายประเทศนั้น นอกจากพื้นฐานของระบบและหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ในแต่ละประเทศ LingoAceจะพัฒนาหลักสูตร รวมถึงการออกแบบจำนวนโปรแกรมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ได้ตามวัตถุประสงค์ในการเรียนของเด็กให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนและปริบทของประเทศนั้นๆ
“ในมุมมองของผู้ปกครองชาวไทย ถ้าเทียบแล้ว ภาษาอังกฤษ ยังคงเป็นอันดับ 1 รองจากภาษาไทย ส่วน ภาษาที่ 3 ในอดีตมันจะแข่งกันหลายตัวไม่ว่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาจีน หรือบางคนก็ส่งให้ลูกเรียน ฝรั่งเศส เยอรมัน แต่ว่าในช่วงหลังเศรษฐกิจจีนมาแรงมาก แล้วประเทศไทยก็มีการค้าขายกับจีนเยอะ บางคนผู้ปกครองที่บ้านอาจจะมีโรงงานที่จีน หรือมีซัพพลายเออร์อยู่ที่จีน กลายเป็นว่าเทรนด์ภาษาจีน ค่อนข้างจะนำโด่งในสถานะของการเป็นภาษาที่ 3 คือถ้าใครได้ภาษาไทยและอังกฤษแล้ว ผู้ปกครองแทบจะให้เก่งภาษาจีนเป็นอันดับต่อไป”