BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,633
VIEWS

“เคยนิคะ” ซอส นวัตกรรมกะปิไทยนอกกระปุก ขอบุกทุกครัวทั่วโลก

ก.ย. 17, 2564

ข้อดีของการเป็นทายาทที่ครอบครัวสร้างธุรกิจไว้ให้แล้ว คือคุณไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งหาความสำเร็จจากนอกบ้าน คุณจะมีทางลัดให้คุณได้เติบโตเร็วกว่าเพื่อนๆ โดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ความเสี่ยงของมันก็คือถ้าคุณไม่คิดจะพัฒนาและย่ำอยู่กับที่แบบนั้น สักวันคุณจะโดนคู่แข่งหน้าใหม่ๆ วิ่งแซงไปเรื่อยๆ จนคุณอาจวิ่งตามไปไม่ทัน

หลายครั้งเรามักเห็นว่า ทายาทรุ่นใหม่ๆ ปฏิเสธการทำงานที่บ้าน ปฏิเสธการสืบต่อกิจการครอบครัว ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่นั่นไม่ใช่กับ คุณสุขศิริ ฤทธิเดช

กะปิ “เด็กนอก” ต้องไม่ธรรมดา

คุณสุขศิริ ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายขาย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคยนิคะ เจ้าของผลิตภัณฑ์ซอสกะปิบรรจุขวด แบรนด์ “เคยนิคะ” สาวนักเรียนนอกที่ออกไปศึกษาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในประเทศอังกฤษนานถึง 7 ปี ขอกลับบ้านเกิดเพื่อกลับมาดูธุรกิจของครอบครัว

คุณสุขศิริ เล่าว่า ครอบครัวของเธอเป็นคนจังหวัดพัทลุง ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย “กะปิแม่ยินดี”  ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนให้การยอมรับ โดยจุดเริ่มต้นของ “กะปิแม่ยินดี” เริ่มมาจากที่คุณยายเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงในจังหวัดพัทลุงมาก่อน ซึ่งท่านมีความคุ้นเคยกับกะปิเป็นอย่างดี กระทั่งต่อมาคุณแม่ได้ช่วยกันผลิตกะปิ “กะปิขัดน้ำ” สูตรคุณยาย ซึ่งเป็นกรรมวิธีใส่กะละมังตักขายในตลาด ประสบความสำเร็จจนถึงขึ้นมีโรงงานผลิตแบรนด์กะปิของตัวเอง

ด้วยความมั่นใจในรสชาติกะปิของคุณยาย คุณสุขศิริ มั่นใจว่ากะปิของพวกเขาต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่นอนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เธอจึงตัดสินใจกลับมาพัฒนากะปิของตัวเอง

แน่นอนว่าตลาดที่เด็กนอกอย่าง คุณสุขศิริ มองไว้คือ การเข้าไปอยู่ในโมเดิร์นเทรดแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เธอพบว่าการเอากะปิเข้าห้างสรรพสินค้าเต็มไปด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดมากมาย เธอจึงต้องกลับมานั่งคิดใหม่ เปลี่ยนจากช่องทางจำหน่ายที่เคยวางไว้มาเป็นแนวคิดที่จะสร้างพฤติกรรมการกินหรือบรรทัดฐานใหม่ โดยเริ่มไปศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแล้ว พบ Pain Point มากมายที่ทำให้กะปิยังคงอยู่ในกระปุก

“คนยุคเราไม่ค่อยกินกะปิกันแล้ว เพราะมันทำยาก ใช้ยาก แถมกลิ่นก็เหม็น เราจึงมาคิดว่า จะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้หันกลับมาใช้กะปิกันมากขึ้น มันก็ต้องสะดวก ต้องใช้ง่าย เคยลองทำแบบเป็นผงเป็นก้อนมาแล้วแต่ก็ไม่เวิร์ค จนสุดท้ายมาจบที่ทำเป็นซอส ซึ่งเราโชคดีมากที่เรามีเพื่อน มีทีมงานที่ดีที่คอยให้คำแนะนำตลอด”

การตีโจทย์ด้านการใช้งานให้ง่ายขึ้นนี้ ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบกะปิที่อยู่ในกระปุกเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน คุณสุขศิริ จึงใช้โรงงานผลิตกะปิเป็นสถานที่ในการค้นคว้าและวิจัยในร่วมกับศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

จนในที่สุดกะปิแม่ยินดีก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นซอสกะปิ “เคยนิคะ” กลายเป็นนวัตกรรมซอสกะปิครั้งแรกในตลาด ซอสปรุงรส โดยนำกะปิซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนใต้มาผ่านกระบวนการการย่อยสลายโดยเอนไซม์ย่อยโปรตีนและไขมันจากกุ้งเคย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและจุลินทรีย์ในกระบวนการหมักโดยธรรมชาติ ช่วยทำให้เกิดกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมคงเอกลักษณ์การเป็นกะปิไว้

ภายใต้อุณหภูมิและเวลาการหมักที่เหมาะสม เกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ดที่ทำให้ซอสกะปิเคยนิคะมีสีสวยน่ารับประทาน และพร้อมใช้งานในรูปแบบซอสเหมือนกับซอสมะเขือเทศ และซอสพริก แก้ปัญหาการใช้งานกะปิในรูปแบบเก่าที่ใช้งานยุ่งยากและต้องมีขั้นตอนการเตรียมและการชั่งตวงที่ยุ่งยากไม่เหมาะกับในยุคสมัยปัจจุบัน และยังลดปัญหาการปนเปื้อนจากการผลิตกะปิในปัจจุบัน เหมาะกับการนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้กะปิเป็นตัวชูรสอาหารให้กลมกล่อมและทำให้ทานอาหารได้อร่อยขึ้น ซึ่งสามารถใช้เป็น Base Sauce หรือเครื่องปรุงรสพื้นฐานแทนการใช้หรือร่วมใช้กับซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำปลาร้า และน้ำปลาได้

“ผลจากการวิจัยทำให้เรารู้ว่า ไม่ใช่แค่คนใต้ที่กินกะปิแต่คนทุกภาคก็กิน อย่างคนเหนือใส่กะปิในน้ำเงี้ยว คนอีสานอย่างปลาร้าแม่ละมุลเองก็ใส่กะปิ เพราะมันจะทำให้รสชาติอาหารกลมกล่อมขึ้น นั่นหมายความว่ากะปิ คือเครื่องชูรสอันโอชา ยิ่งเราเอามาทำเป็นซอสแล้วมันจะกลายมาเป็นเครื่องปรุงรสที่ทุกบ้านต้องมี”

เนื่องจากซอสแบบนี้ไม่เคยมีในไทยมาก่อน เคยนิคะ จึงวางตำแหน่งซอสกะปิเป็น Base Sauce สามารถไปใช้กับซอสอื่นได้ ตีตลาดในซอสผัดโดยไม่แข่งกับใคร แต่ให้ซอสกะปิเคยนิคะไปช่วยทำให้อาหารอร่อยขึ้น

อุปสรรคคือแรงผลักดันที่ดีที่สุด

ในช่วงเวลาที่เคยนิคะถือกำเนิดตรงกับช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 แบบพอดิบพอดี แม้จะดูเป็นสถานการณ์วิกฤตที่ทำให้ยังไม่สามารถเข้าโมเดิร์นเทรดและส่งออกได้ แต่ คุณสุขศิริ กลับมองในแง่ดีว่าถือเป็นโอกาสที่ทำให้แบรนด์ได้ทดลองตลาดก่อน

ในครั้งนั้น เคยนิคะได้ไปเข้าร่วมโครงการ “รถโมบายล์ธงฟ้า”  ซึ่งปรากฏว่าเคยนิคะได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 5 แสนบาทต่อเดือน จนต้องขยายโรงงาน และล่าสุดได้เพิ่มเครื่องจักรเข้ามาใหม่ โดย คุณสุขศิริ ได้ตั้งชื่อเครื่องจักรเครื่องนี้ด้วยว่า “น้องทอย 100 ล้าน”

“ตอนแรกเราไม่ได้สนใจตลาดประเทศไทยเลย เพราะตั้งใจจะใช้กลยุทธ์แบบป่าล้อมเมือง แต่พอโควิดมาเราพากะปิของเราออกไปนอกบ้านไม่ได้ เลยได้ไปร่วมกับโครงการรถโมบายล์ธงฟ้าผลตอบรับดีมาก ดีเกินคาด เราสามารถยึดหัวหาด ทะเลน้อยในบ้านเราได้แล้ว

เราอยากบอกกับทุกคนว่าให้อดทน ทุกอุปสรรคมันจะมาพร้อมโอกาสเสมอ เราเชื่อแบบนี้ว่าเมื่อมันตกดิ่งลงไป บันไดมันยังมีทางขึ้น แล้วมันขึ้นแน่ๆ ช่วงโควิดตอนนี้ทุกต้องคนอดทน ในที่สุดมันจะกลายเป็นไข้หวัดใหญ่ที่เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน อยากให้มองช่วงเวลาว่างๆ ตอนนี้เป็นช่วงที่เราได้พัฒนา อย่างเราเองเราก็กำลังสร้างอ่างเก็บน้ำ เพราะเราเชื่อว่า หลังจากนี้มันจะต้องมีน้ำที่ตกลงมา ถ้าตอนนี้คุณไม่อดทน หมดแพสชั่น เมื่อโอกาสมาคุณจะรับมันไว้ไม่ได้”

ถึงวันนี้ เคยนิคะทำตลาดและเติบโตได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 3 ปี แต่ตลอดเส้นทางนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ

คุณสุขศิริ ย้อนรอยให้เราฟังว่า ระหว่างทางเธอต้องพบเจอกับปัญหามามาก โดยเฉพาะปัญหาความไม่เข้าใจกันของครอบครัว ซึ่งเป็นอุปสรรคที่สร้างผลกระทบต่อจิตใจของเธออยู่ตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันครอบครัวก็เป็นเสมือนแรงผลักดันที่ทำให้เธอต้องสู้ต่อเพื่อพิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง

“ต้องขอบคุณ NIA ที่เป็นเหมือนกาวใจให้ครอบครัว เพราะก่อนหน้านี้คุณแม่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ ทะเลาะกันจนขนาดที่ว่าไล่ออกจากบ้าน ไม่คุยกันเป็นเดือนๆ แต่เราก็ยังทำมันต่อไปโดยได้รับการสนับสนุนจาก NIA รวมถึงพี่ๆ เพื่อนๆ กระทั่งวันนึงคุณแม่เห็นว่าเราทำได้จริงๆ และเราประสบความสำเร็จ จากการทะเลาะกันวันนั้นก็กลายเป็นคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ เลยได้มีโรงงานอีกโรงหนึ่งถึงจะไม่ได้ใหญ่โตแต่มันก็เป็นโรงงานของเราเอง”

ความภูมิใจของคนใต้และคนพัทลุง

สำหรับชื่อแบรนด์ “เคยนิคะ” คุณสุขศิริ ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะใช้ชื่อที่ทำให้คนจำง่าย จึงเลือกที่จะใช้ชื่ออื่นแทน “กะปิแม่ยินดี” ซึ่งเป็นแบรนด์เดิม แต่ในเวลาเดียวกันแบรนด์นั้นก็ต้องแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของภาคใต้ด้วยจึงนำ คำว่า “เคย” มาใช้

“กะปิในภาษาใต้เราจะเรียกว่า เคย แล้วกะปิก็ทำมาจากตัวเคย (กุ้งเคย) เราเลยใช้คำว่า เคยนิคะ เพื่อบอกว่า นี่ค่ะกะปิ นี่คือกะปิอร่อย เป็น 3 คำ 3 พยางค์ ที่เข้าปากได้พอดี ฟังแล้วคนจำง่าย พร้อมการสื่อสารซอสกะปิเคยนิคะ ในฐานะผู้ช่วยที่ตอบโจทย์ของคนยุคใหม่ ปรุงอาหารอร่อยเหมือนต้นตำรับมาทำให้กินภายใต้สโลแกน อร่อยครบช้อนเดียวจบกับ ซอส เคยนิคะ มีจุดเด่นคืออร่อย ใช้ง่าย ช้อนเดียวจบ ไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม เพราะใช้กะปิคัดอย่างดี ทุกขวดเข้มข้น หอมกลิ่นกะปิ”

พร้อมกันนี้ คุณสุขศิริ บอกกับเราว่า หลังจากเคยนิคะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น คนพัทลุงเริ่มรับรู้แล้วว่านี่คือกะปิของคนบ้านเดียวกันก็มีหลายเสียงที่พูดถึงเคยนิคะว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนพัทลุง ซึ่งเป็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ที่เคยนิคะได้สร้าง ได้ให้ และได้รับไปพร้อมๆ กัน

“มีคุณป้าท่านหนึ่งโทรมาหา สั่งกะปิเราไปขายเป็นสิบๆ ลังเลย โดยที่เราก็ไม่เคยเจอไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณป้าโทรมาชื่นชมและบอกกับเราว่า เราเป็นความภูมิใจของพวกเขาเลยนะ ให้เราสู้ต่อไป มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่เราได้มารู้ว่าของที่เราตั้งใจทำ มันสร้างคุณค่าให้กับทั้งเราและพวกเขาด้วย”

เครื่องเหม็นอันโอชาจะไปสู่สายตาชาวโลก

เรียกได้ว่า ซอสกะปิเคยนิคะสามารถเพิ่มมูลค่าจากกะปิที่อยู่ในกระปุกได้อย่างมาก เป็นผู้เริ่มต้นและสร้างตลาดใหม่ให้กับกะปิ กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทีมูลค่ามหาศาล

ปัจจุบันซอสกะปิเคยนิคะขนาด 290 กรัม ราคาขวดละ 79 บาท มีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่างโฮมเฟรชมาร์ท ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ และวิลล่า มาร์เก็ต

ส่วนแผนต่อไปจะเป็นการส่งออกไปต่างประเทศทั้งในยุโรป และ CLMV ในเวลาเดียวกันยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาซอสกะปิสูตรใหม่ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือการนำอาหารใต้สู่อาหารโลก โดยใช้นวัตกรรมผสมผสานกับรากเหง้าของอาหารท้องถิ่น

“เป้าหมายสูงสุดของเรา คือ จากรากเหง้า สู่ Global กะปิจะต้องกลายเป็นเครื่องเหม็นอันโอชาที่จะไปสู่สายตา ชาวโลก เป็นตัวชูรสอาหารที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องอยากกิน”

“แม่บุญล้ำ” ปลดล็อกภาพจำปลาร้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่เครื่องปรุงระดับอุตสาหกรรมที่ครองใจผู้บริโภค

Unilever ประกาศรวมกิจการ Unilever Foods เข้ากับ McCormick เพื่อเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรุงรส

ยักษ์เครื่องปรุงรส Kraft Heinz เซ็นสัญญากับ NFL เป็นพันธมิตรเครื่องปรุงรสรายแรกกีฬาอเมริกันฟุตบอล

“แม่บุญล้ำ” จับมือ Thailand Culinary Academy ยกระดับเครื่องปรุงไทยสู่สากล คว้ารางวัลอาหารระดับโลกจากเวที FHA FOOD & BEVERAGE 2025

EveryHuman เครื่องปรุงน้ำหอมที่ใช้ AI เข้ามาช่วยปรุงกลิ่นให้สะท้อนตัวตนลูกค้ามากที่สุด

เด็กสมบูรณ์ ฉลอง 80 ปี หยั่น หว่อ หยุ่น ตอกย้ำเบอร์หนึ่งเครื่องปรุงรสเมืองไทย คว้าพี่ธีร์ - น้องพีร์ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact