ปกติเราเลือกซื้อน้ำหอมจากการดมกลิ่นที่ถูกใจ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหวานๆ กลิ่นสดชื่นสไตล์ดอกไม้ หรือกลิ่นที่มีความอบอุ่นจากมัสก์ สิ่งที่เราต้องทำก็คือไปที่เคาน์เตอร์น้ำหอมแต่ละแบรนด์ หรือร้านที่รวมแบรนด์น้ำหอมหลากหลายยี่ห้อแล้วดมทีละกลิ่นจนกว่าจะเจอกลิ่นที่ถูกใจ หรือไม่ก็ขอเทสเตอร์มาทดสองใช้ก่อนว่าเมื่ออยู่บนผิวแล้วจะเป็นยังไง ชอบไม่ชอบ ค่อยกลับไปซื้อ
แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาให้ AI ช่วยเลือกน้ำหอมให้ล่ะ มันจะถูกใจเท่ากับที่ใช้จมูกดมกลิ่นเลือกเองไหม?
และนี่จึงกลายมาเป็นภารกิจการทำงานร่วมกันของ 3 บริษัท ทั้ง Reference Studios เอเจนซี่จากเบอร์ลินที่มีแบรนด์ชื่อ Reference Times ทำงานร่วมกับ EveryHuman บริษัทที่ทำงานด้านน้ำหอมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ และสุดท้าย NO/FAITH STUDIOS แบรนด์แฟชั่นที่กำลังมาแรงที่สุดในเยอรมนี ร่วมกันสร้างเครื่องผลิตน้ำหอมที่ใช้ AI ในการผลิตที่ชื่อ EveryHuman’s Algorithmic Perfumery ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนควรมีกลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้แบรนด์ไหนมากำหนดให้
สำหรับใครที่อยากได้น้ำหอมที่มี AI ช่วยเลือกสรร ลูกค้าจะต้องไปที่ร้าน NO/FAITH STUDIOS ที่ Dover Street Market Parfums ที่ปารีส (ก่อนหน้านี้เคยเปิดมาแล้วครั้งหนึ่งที่ The Fragrance Shop ถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ลอนดอน) แล้วจะได้ทำควิซ ซึ่งคำตอบจากควิซนี้แหละที่จะเป็นข้อมูลให้ AI นำไปประมวลผลว่าจากคำตอบที่ได้ ลูกค้าคนนี้จะได้กลิ่นน้ำหอมที่เป็นกลิ่นที่สะท้อนตัวตนของเขาด้วยกลิ่นแบบไหน ซึ่งควิซก็จะหลายข้อหน่อย แต่คำถามไม่ใช่ประเภท คุณชอบกลิ่นแบบไหน กลิ่นแบบสดชื่น หรือเซ็กซี่ อะไรแบบนั้น แต่คำถามจากควิซจะเป็นคำถามเชิงจิตวิทยาหน่อยๆ เช่นว่า
“คุณคิดว่าคุณเป็น introvert หรือ extrovert”
“สถานที่ใดที่คุณรู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่บ้านมากที่สุด”
“สีใดที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ”
ฯลฯ
พอตอบคำถามเสร็จหมดทุกข้อแล้ว ก็จะต้องใส่รหัสประจำตัวของตัวเองลงไป จากนั้นระบบก็จะส่งให้ AI นำไปประมวลผลแล้วให้เครื่อง EveryHuman’s Algorithmic Perfumery ผลิตน้ำหอมออกมาตามการประมวลผลของ AI จนให้น้ำหอมกลิ่นที่สะท้อนตัวตนของลูกค้ามากที่สุดจากการตอบคำถามจากควิซ
ซึ่งสิ่งที่ลูกค้าจะได้ก็คือ น้ำหอม 3 กลิ่น 3 ขวดขนาด 5 ml ในราคา 45 ยูโร (ราวๆ 1,600 บาท) ที่น่าสนใจก็คือน้ำหอม 3 กลิ่นนั้น จะเป็นกลิ่นที่มีความแตกต่างกันสิ้นเชิง เนื่องจากเครื่องจะพยายามกำหนดความชอบของลูกและเรียนรู้จากคำตอบจากควิซที่เราทำไป โดยมีกลิ้นโน้ตมาตรฐานในแบบน้ำหอมทั่วไป เช่น กุหลาบ ไม้จันทน์ และมัสค์ ในขณะเดียวกันก็จะมีกลิ่นที่เป็นคอนเซ็ปต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสะท้อนตัวตนของลูกค้ามากขึ้น เช่น โลหะ หรือ ผ้า
ซึ่งลูกค้าหลายคนที่ได้ไปลองบอกว่าจากผลลัพธ์ที่ได้จะมี 1 กลิ่นที่รู้สึกว่าสะท้อนตัวเองมากที่สุด ไม่แน่ในอนาคต หลายคนอาจจะไม่ได้ซื้อน้ำหอมจากแบรนด์ที่ทำกลิ่นมาแล้ว แต่หันมาซื้อจากเครื่องที่ปรุงกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวให้เราก็เป็นได้ โดยตอนนี้เครื่อง EveryHuman’s Algorithmic Perfumery มีทั้งที่ปารีส ลอนดอน ดูไบ เวียนนา แล้วก็จะเวียนไปตั้งป๊อปอัพสโตร์ในเมืองต่างๆ ทั่วโลกในอนาคต
อ้างอิง
https://www.everyhuman.com/nl/en https://www.highsnobiety.com/p/reference-times-no-faith-studios-everyhuman/ https://www.cosmopolitan.com/uk/beauty-hair/fragrance/a45954035/everyhuman-algorithmic-perfumery-review/