ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีในการนำเสนอฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ Offshore เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนต่างประเทศให้แก่นักลงทุนไทย ให้ผู้ใช้บริการ FinVest สามารถซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้ตรง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนอีกต่อไป และ FinVest จะแลกเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศให้แบบอัตโนมัติ โดยใช้อัตราแรกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกกองทุนรวมที่น่าสนใจในรูปแบบ Thematic Investment เน้นการให้ข้อมูลการลงทุนอย่างเป็นกลางผ่านการคัดเลือกโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนร่วมกับผู้บริหารใน Product Screening Committee ที่ช่วยกันคัดเลือกกองทุนจาก 33 บลจ.ชั้นนำทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนสามารถซื้อกองทุน ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 30,000 บาทเท่านั้น
พิเศษ! ช่วงเปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนรวมต่างประเทศโดยตรงบน FinVest ระหว่างวันนี้-15 พฤศจิกายน 2564 ฟรี! ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) แบบไม่มีเพดาน สำหรับ 5 กองทุนแนะนำ ดังนี้
• กองทุน Robeco Smart Mobility จาก UOBAM เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไร้คนขับ
• กองทุน Global Energy Transition จาก Schroder ISF เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก
• กองทุน Blockchain Innovation จาก BNY Mellon เน้นลงทุนในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในหลากหลายอุตสาหกรรม
• กองทุน Healthcare Innovation จาก Schroder ISF เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ รวมทั้ง Johnson & Johnson, AstraZeneca, Pfizer
• กองทุน Worldwide Long Term Global Growth Fund จาก Baillie Gifford เน้นลงทุนในบริษัทที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่นจากทั่วโลก และมีความสามารถในการแข่งขันสูง