บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกาศเส้นทางก้าวสู่การเป็น The Most Trusted Brand ในอาเซียน พร้อมตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างและร่วมก้าวผ่านในทุกสถานการณ์ไปกับเกษตรกรไทยเผยเป้าหมายหลักคือการยกระดับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยและอาเซียนให้มั่นคงยิ่งขึ้น มองภาคการเกษตรของไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากปัจจัยบวกรอบด้าน เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ ขยายธุรกิจใหม่ตอบโจทย์ Smart Farmer หนุนสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ
นายทาคาโนบุ อะซึมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่าสยามคูโบต้า ยังคงให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ผสานกับการสร้างประสบการณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่เกษตรกรไทยเพื่อคงจุดยืนการเป็น “นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต” โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการในการทำการเกษตรด้วยเครื่องจักรกลการเกษตร และโซลูชั่น ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ตลอดจนสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต นำไปสู่การสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพร้อมทั้งมีเป้าหมายในการยกระดับภาคเกษตรกรรมของอาเซียนให้มั่นคงมีการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชากรทั่วโลกมีความมั่นคงทางอาหารในการบริโภคจากผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย สอดรับเทรนด์โลก ในปี 2030 ตามนโยบายของคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่วางแนวทางดำเนินธุรกิจโดยการพัฒนาสินค้าเพื่อสานต่อความยั่งยืนทั้งด้านอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม โดยมีกลยุทธ์มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ชั้นนำระดับโลก GMB (Global Major Brand) ให้เกิดขึ้นจริงพร้อมเป็น The Most Trusted Brand ของเกษตรกรทั่วโลก
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตรไทยนั้น ทำให้เกิดแรงงานคืนถิ่นกลับสู่ภาคเกษตรมากขึ้นกว่า 1.6 ล้านคน ส่งผลให้เกิดความต้องการการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงแรกนั้นสินค้าทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากการส่งออก เนื่องจากความต้องการของต่างประเทศที่ลดลงจากเศรษฐกิจหดตัว รวมไปถึงปัญหาเรื่องการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าว และมันสำปะหลัง แต่ในปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ดีทำให้สถานการณ์ส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น
“บริษัทฯ มองว่าภาพรวมสถานการณ์ธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มที่ดีโดยคาดการณ์ GDP ภาคเกษตรของไทยเติบโต 2-3% และ GDP ภาคเกษตรของกัมพูชาซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักอยู่ที่6%
ทางด้านการจัดส่งสินค้าให้ทันกับความต้องการ ยังเป็นเรื่องที่มีความท้าทายอย่างมาก ด้วยการผลิตของ supplier ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาดทำให้เกิดการหยุดผลิตเป็นบางช่วง อย่างไรก็ตามสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นจากการใช้มาตรการ Bubble & Seal และการเร่งจัดหาวัคซีนให้กับพนักงานของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังมากขึ้น เพื่อให้พร้อมส่งมอบสินค้าให้ทันกับความต้องการของตลาด
ส่วนด้านการให้บริการลูกค้า บริษัทฯยังรักษาระดับการให้บริการลูกค้าให้มีความพึงพอใจสูงสุด โดยดูแลเรื่องความสะอาดปลอดภัยพร้อมเคร่งครัดต่อมาตรการป้องกันโควิด-19 ในการเข้าไปปฏิบัติงานของผู้ให้บริการ และยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือใหม่ๆ มาปรับใช้ในองค์กร เข้าสู่ยุค Digital Transformation รวมถึงกระตุ้นให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะแบบไม่หยุดนิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานแบบ New Normalได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ อาทิ รถดำนาเดินตาม 4 แถว โดรนเพื่อการเกษตร โรงเรือนอัจฉริยะ (Greenhouse) และรถปลูกผัก (Vegetable Planter) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนทำการเกษตรโดยนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งจากคูโบต้า ประเทศญี่ปุ่น และการศึกษาวิจัยของทีมผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ เข้ามาพัฒนาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรของไทย” นายอะซึมะ กล่าวเพิ่มเติม