Mitsubishi Electric ร่วมกับ EEC และพันธมิตรเครือข่าย ผสานพลังความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น จัดแถลงผลงานการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เดินหน้าใช้ Ecosystem สนับสนุนการใช้ระบบ e-F@ctory เพื่อการสร้างสรรค์โซลูชั่น และการเติมเต็มความรู้ของบุคลากร ผ่าน EEC Automation Park พร้อมเชื่อมโยงกลุ่ม e-F@ctory Alliance ในประเทศไทยและต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนากระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่จะลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และเพิ่มทักษะแรงงานเพื่อนำไปสู่ Industry 4.0 อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรกว่า 58 บริษัท กระจายครอบคลุมไปในทุกๆ อุตสาหกรรม
ดร. คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวโดยสรุปว่า “ความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในการผลักดันการใช้ Automation เพื่อพัฒนา Smart Factory 4.0 ในไทยเป็นไปอย่างเข้มแข็ง นำโดย Mitsubishi Electric ที่ริเริ่มแนวคิด e-F@ctory Alliance พร้อมพันธมิตรเครือข่ายร่วมพัฒนา EEC Automation Park ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ให้เป็นฐานหลักขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ Robotics & Automation สร้างความเชี่ยมโยง Ecosystem เอื้อให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาและปรับตัวไปสู่โรงงานอัจฉริยะที่ใช้นวัตกรรมนำการผลิต เกิด Industry 4.0 ขึ้นจริงในพื้นที่ EEC และเป็นเครื่องมือสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve อาทิ 5G, Digital, Smart Factory, Data Center, Cloud Services, Digital Platforms ซึ่งคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเกิดลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในพื้นที่ EEC ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี โดยปี 2565 ตั้งเป้าหมายให้โรงงานใน EEC จัดเตรียมความพร้อมสำรวจการออกแบบระบบ และเชื่อมหาแหล่งทุนได้ไม่น้อยกว่า 200 แห่ง และตั้งเป้าภายใน 5 ปีจะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Digital Manufacturing 4.0 ไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงาน ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ยกระดับรายได้แรงงานไทย ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างสมดุลและยั่งยืน”
ด้านนายอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO เผยถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐของไทยและภาคเอกชนของญี่ปุ่นว่า “ในส่วนของ JETRO มีการดำเนินโครงการ "JETRO Robot Automation Project" ซึ่งได้มีการจัดตั้งเว็บไซต์พิเศษเพื่อแนะนำบริษัทญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติซึ่งได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้คู่ไปกับการพัฒนาบุคลากร การสัมมนาออนไลน์ และการประชุมทางธุรกิจ ส่วนทางด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและไทยได้มีการเปิดตัวโครงการ "LIPE (Lean IoT Plant management & Execution)" ตั้งแต่ปีที่แล้ว และนอกจากนี้ก็ยังมีการสนับสนุนเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยผ่านทางภาครัฐและเอกชน ผ่านความร่วมมือระหว่าง JETRO และ EEC ในด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยมี EEC Automation Park ที่อยู่ในพื้นที่ EEC เป็นฐานความร่วมมือที่สำคัญ ซึ่ง Mitsubishi Electric เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ที่ยาวนานในระบบอัตโนมัติในโรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเทคโนโลยีและความรู้ของญี่ปุ่นจะเผยแพร่สู่ประเทศไทย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า EEC Automation Park จะสามารถส่งเสริมและผลักดันเกี่ยวกับการปรับใช้ระบบอัตโนมัติของโรงงานและการเพิ่มผลผลิตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”