ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า NIA ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เพื่อดำเนินโครงการสนามการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า หรือ The Electric Playground โครงการดังกล่าวต้องการที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศกว่า 10,000 รายให้มีศักยภาพ พร้อมพัฒนาแนวความคิดในการเป็นนวัตกรในด้านการจัดการขยะสู่นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการกว่า 9เดือน ล่าสุดได้มีการคัดเลือกผลงานนวัตกรรมจากเยาวชนจาก 150 ทีม เหลือ25 ทีม ซึ่งผ่านเกณฑ์ความเป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ได้จริง และมีโอกาสในการต่อยอดสู่การจัดตั้งเป็นธุรกิจหรือสตาร์ทอัพจากภาคการลงทุนทั้งนี้ ทั้ง 25 ทีมที่ได้ผ่านการคัดเลือกนับว่ามีความน่าสนใจในเชิงความแปลกใหม่ และการแก้ไขปัญหาทางสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจมีทั้งการเชื่อมโยงด้านการจัดการขยะกับกลุ่มผู้พิการ การจัดการขยะจากฟู้ดเดลิเวอรี่ การลดมลพิษจากกระบวนการเผา ไปจนถึงการใช้ AI เข้ามาช่วยในการอำนวยความสะดวกในกระบวนการจัดการขยะสู่พลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง – ปลายทาง
โดยทั้ง 25 ทีมได้มีโอกาสเข้าร่วมค่ายพัฒนาผลงานนวัตกรรมELECATHON ซึ่งโครงการจะเร่งบ่มเพาะแนวทางการต่อยอดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการปรับปรุงจุดด้อยและพัฒนาจุดเด่นของแต่ละนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพผ่านหลักสูตรสำคัญอย่าง STEAM4INNOVATOR ในองค์ความรู้ Waste to Energy ภายใต้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. รู้ลึก รู้จริง(Insight) 2. สร้างสรรค์ไอเดีย (Wow! Idea) 3. แผนพัฒนาธุรกิจ (Business Model)และ 4. การผลิตและการกระจาย (Production & Diffusion) ซึ่งหลักสูตรนี้จะส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้คิดนวัตกรรมได้อย่างครบกระบวนการ พร้อมทั้งเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวสู่การเป็นธุรกิจหรือสตาร์ทอัพที่ไม่ได้มีในตำราเรียน หรือบรรจุในหลักสูตรของการศึกษาที่ใดมาก่อน
“พลังงานสะอาดเป็นเรื่องสำคัญมาก การสร้างการเรียนรู้ การบริหารจัดการขยะ และโจทย์WASTE TO ENERGY เป็นสิ่งที่ NIA อยากให้เด็กและเยาวชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำสิ่งนี้ หลายคนอาจบอกว่าคนที่จะมาทำธุรกิจพลังงานขยะ ต้องมีเงินทุนมหาศาล มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อทำเป็นโรงไฟฟ้า แต่ถ้าหากไปดูเรื่องเกี่ยวกับโรงไฟฟ้า จะทราบว่า ตลอดเส้นทางของ Supply Chain ในการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางมาสู่ปลายทาง ล้วนเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน ดังนั้นการเรียนรู้หลักสูตร STEAM4INNOVATOR เด็กๆ จะได้พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมทำที่โรงเรียน(Learning Station) การเปิดให้เด็กเข้าฝึกงานในบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพชั้นนำ (Founder Apprentice) การพัฒนาเรียนรู้สร้างประสบการณ์จากผู้บริหารระดับสูง (Comboset)กิจกรรมการประกวด Thailand Innovation Award (TIA) กิจกรรม Trainers’Lab และ PlayRoomเป็นต้น ท้ายสุดแล้ว ต้องขอบคุณกองทุนพัฒนาไฟฟ้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการฯ และทีม NIA ที่พยายามขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะสู่พลังงานไฟฟ้าตามแคมเปญ Clean Energy for Life ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนร่วมกัน” ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย