ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ จึงมีภารกิจหลักในการมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไกลกว่าธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีก ที่ผ่านมา โออาร์ แสวงหาโอกาสเพื่อสร้างธุรกิจ New S-Curve อย่างต่อเนื่องด้วยการเข้าไปร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรมและหลายขนาด
เพราะนอกจากจะร่วมกันตั้งบริษัทใหม่ กับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ บริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด (ORBIT Digital) ลุยธุรกิจไอทีและบิ๊กดาต้า และร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจแฟลช สตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายแรกของไทยที่เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แล้ว โออาร์ ยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือกับ “คนตัวเล็ก” อย่างธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย เช่น การเข้าร่วมลงทุนร้านโอ้กะจู๋ ในบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด และบริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จำกัด เจ้าของร้านกาแฟ PACAMARA เพื่อต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
ล่าสุด โออาร์ มีแผนจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ผ่านการจัดตั้ง ORZON Ventures ซึ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) โดยมีวัตถุประสงค์เป็น Venture Capital เพื่อเข้าลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจับมือกับกองทุน 500 Startups หรือ 500 TukTuks ทำหน้าที่บริหารกองทุน ORZON Ventures
จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โออาร์ เปิดเผยว่า ORZON Ventures เกิดจากความร่วมมือระหว่าง OR โดย PTTOR International Holdings (Singapore) Pte.Ltd. (SGHoldCO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ โออาร์ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 กับกองทุน 500 Startups หรือ 500 TukTuks ซึ่งเป็นกองทุนที่สตาร์ทอัพไทยรู้จักเป็นอย่างดี จัดตั้งกองทุน “ออร์ซอน เวนเจอร์ส” (ORZON Ventures, L.P.) สร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยได้เติบโตไปพร้อมกับ OR เท่ากับว่า ORZON Ventures ถือเป็นการรวมจุดแข็งของ 3 ฝ่ายเข้าด้วยกัน กล่าวคือ
โออาร์ มีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน มี Ecosystem ที่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่มีมากกว่า 2,000 สาขาในประเทศไทย และยังพร้อมต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์และบริการอย่างหลากหลายครอบคลุม
สำหรับ 500 TukTuks เป็นกองทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพระดับ Top ของโลก และประสบการณ์การลงทุนนานกว่า 6 ปี จึงมีโนว์ฮาวและเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วโลก บริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพอย่าง กระทิง พูนผล ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อสตาร์ทอัพ และ ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ นักธุรกิจที่โด่งดังในด้านสตาร์ทอัพแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพเป็นกลุ่มคนไฟแรงเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีศักยภาพการใช้เทคโนโลยี และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ 3 จุดแข็งเข้ามาผนวกกันก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้บริษัทสตาร์ทอัพเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว แข็งแกร่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้นตามแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ โออาร์ นั่นคือ Together For Betterment