สำหรับแผนการสร้างภาพยนตร์ ทั้ง 7 เรื่อง ขณะนี้ถ่ายทำเสร็จแล้ว 3 เรื่อง และอีก 3 เรื่องอยู่ระหว่างการถ่ายทำและรอเปิดกล้อง โดยมีผลงานเรื่องแรกที่พร้อมออกฉายทั่วประเทศในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ คือเรื่อง “4Kings” หนัง Gangster ที่ตีแผ่เรื่องราวชีวิตของนักเรียนอาชีวะในยุค 90s ที่แฝงไปด้วยแง่คิดการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่น สำหรับในปี 2565 จะทยอยนำภาพยนตร์ในสต็อกที่ถ่ายทำไว้ออกฉาย โดยทุ่มงบสื่อโฆษณาทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์เพื่อผลักดันภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่อง ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท
“ในยุคที่ธุรกิจหนังไทยกำลังถูกดิสรัปชัน โดยมีวิกฤตโควิดเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ ที่ทำให้พฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจึงมีแผนที่จะสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง เพื่อให้สอดรับกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (Platform Economy)
ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดในประเทศไทย แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้บริษัทฯ คือการที่เราพลิกโฉมธุรกิจด้วยแนวคิดดิจิทัล (Digital Transformation) ด้วยการควบรวมอุตสาหกรรมบันเทิงเข้ากับโลกการเงินดิจิทัล เพื่อตอบรับเทรนด์ของคนไทยที่มีความนิยมในการลงทุนด้านคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะเป็นค่ายหนังที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย ทั้งการนำบล็อกเชน มาเก็บข้อมูลที่ได้จากผู้ชมภาพยนตร์ เพื่อให้ทราบความต้องการของผู้ชมแบบเรียลไทม์ และสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่กว้างขึ้น (Decentralization) พร้อมเพิ่มทางเลือกการชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซี ไม่ว่าจะเป็น ค่าตั๋วหนัง การจ่ายค่าสมาชิกของแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์มีอำนาจการต่อรอง และมีโอกาสได้รับค่าตัวเป็นคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมเปิดกว้างให้กับนักลงทุนที่ต้องการร่วมลงทุนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสร้างภาพยนตร์ ผลิตคอนเทนต์ ผลิตสื่อ ฯลฯ ร่วมกับบริษัทเราอีกด้วย