เราต่างทราบดีว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในวงกว้าง มีผู้คนมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งในด้านเศรษฐกิจและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หลายหน่วยงานหลายองค์กรให้ความสนใจกับการช่วยหมอ ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วย บ้างก็ช่วยในเรื่องของระบบการศึกษา
แต่หากมองหยั่งลึกลงสู่รากฐานของสังคมไทย ปัญหาความยากจนผนวกเข้ากับผลกระทบด้านรายได้และค่าครองชีพที่ต่ำลงไปจนถึงปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นผลอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดต่อเนื่องยาวนานของโรคโควิด-19 นั้นกลับส่งผลกระทบถึงการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญาของเด็กได้ ผลกระทบทางอ้อมจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคเกิดขึ้นกับเด็กในครอบครัวที่รายได้น้อยกลุ่มเปราะบางที่สุดและถูกมองเห็นน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้
ถามว่ากระทบอย่างไร คงต้องย้อนกลับไปที่ข้อมูลพื้นฐานด้านสถิติความยากจนของคนไทยกันเสียก่อน...
ธนาคารโลก หรือ Word Bank ได้ประเมินสถิติความยากจนของคนไทย จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่าผลกระทบจากสถานการณ์ทำให้คนไทยมีความยากจนเพิ่มขึ้น ซึ่งจำนวนคนยากจนในช่วงระหว่างปี 2563-2654 มีถึง 5.8 ล้านคน หรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 ล้านคน
เป็นความยากจนที่แม้แต่เงินซื้ออาหารในแต่ละวันก็ยังไม่เพียงพอ เด็กเล็กๆ ที่อยู่ในครอบครัวยากจน 935,202 ครอบครัวทั่วประเทศ จึงหนีไม่พ้นความขาดแคลนสารอาหารที่ส่งผลถึงการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญา โดยเฉพาะเด็กเล็กวัย 0-6 ขวบ ที่ต้องการโภชนาการที่จำเป็นเพื่อให้ร่างกายและสมองเติบโตอย่างเต็มที่ ซึ่งหากพัฒนาการช่วงนี้ต้องสะดุดไป อาจส่งผลต่อการเติบโตและคุณภาพชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปทั้งชีวิต จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลกระทบรุนแรงระยะยาวได้อย่างชัดเจน