แม้ว่าในภาพใหญ่คนทั่วไปจะรู้จักกลุ่มทรูจากธุรกิจโทรคมนาคม ที่มีบริการหลักคือเครือข่ายโทรศัพท์ เคลื่อนที่ True Move H, ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต True Online, และเคเบิลทีวี True Visions แต่ในความเป็นจริง กลุ่มทรูมีแบรนด์ลูกภายใต้ Ambrella True หลายสิบแบรนด์ และหนึ่งในนั้นก็มี True Coffee ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ภายใต้ True Corporation ที่เปิดให้บริการมากว่า 15 ปีแล้ว
ซึ่งทาง True Coffee ก็เพิ่งจะรีแบรนด์ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้
พร้อมกันนี้ ทาง ดร.ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอาหาร และคอฟฟี่ เฮาส์ บริษัท ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล จำกัด และบริษัท เบคเฮาส์ จำกัด ก็ได้มีการวางกลยุทธ์ใหม่ให้กับ True Coffee ด้วยการบุกเข้าตลาด FMCG ด้วยการเปิดตัวกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มออกมาวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาในราคา 39 บาท โดยเน้นจับตลาดพรีเมียม
พบว่าตั้งแต่ True Coffee เริ่มวางจำหน่ายสินค้าในเมษายน จนถึงปัจจุบันสามารถขายได้แล้วกว่า 4 ล้านแก้ว
ล่าสุดทาง True Coffee ได้มีการเปิดตัวสินค้าในกลุ่ม FMCG เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว คือ True Vitamin Water ในราคา 25 บาท
ดร.ปพนธ์ เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานว่า สินค้าในกลุ่ม FMCG นี้ทางบริษัทใช้เวลาเตรียมตัวมากว่า 2 ปี ซึ่งในตอนแรกบริษัทตั้งใจที่จะลงตลาด Energy Drink โดยมีการพัฒนาสินค้าไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่สุดท้ายก็พับโครงการไป เพราะขัดแย้งกับแบรนด์อิมเมจของ True Coffee จนในที่สุดก็มาลงตัวที่เครื่องดื่มผสมวิตามิน
การบุกตลาดครั้งนี้ True Coffee วางโพซิชันนิ่งของสินค้าให้เป็นไฮบริด ที่ขายฟังก์ชั่นทั้งสดชื่น และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก 5 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่เล่นกีฬาหรือชอบออกกำลังกาย, กลุ่มคนที่รักสวยรักงาม, กลุ่มคนที่ชอบเที่ยว, กลุ่มเกมเมอร์ และกลุ่มสตาร์ทอัพ โดยในเฟสแรกจะมีการเปิดตัว 2 รสชาติ คือ
1. Alive กลิ่น Exotic Fruit กลิ่นผลไม้ ผสมวิตามิน B รวม และ Zinc เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกาย
2. Care กลิ่น Orange ผสมวิตามิน C, A, E และ Mg (แมกนีเซียม) เหมาะกับคนทั่วไปและกลุ่มบิวตี้
ดร.ปพนธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะวางขายในร้าน True Coffee แล้ว การเปิดตัวเครื่องดื่มผสมวิตามินในครั้งนี้ก็ยังจะใช้เน็ตเวิร์คของค้าปลีกซีพีมาเป็นตัวช่วยเหมือนกับที่เคยทำมาแล้วกับกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม
“ตลาดเครื่องดื่มผสมวิตามินเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2 ปีก่อนมูลค่าตลาดเพิ่งจะ 1,200 ล้านบาท ปีที่แล้วขยับขึ้นมาเป็น 3,000 ล้านบาท โตเร็วมาก ปี 2022 น่าจะขยับขึ้นไปถึง 5,000 ล้านบาท จึงถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แต่ถ้าเราเข้าตลาดแบบวิตามินเพียวๆ จะเป็น Me Too Product เราจึงต้องพยายามหาช่องว่าให้กับสินค้าจนมาเป็นเครื่องดื่มไฮบริดที่บาลานซ์ 2 ส่วนได้ กินแล้วสดชื่น ไม่ Health Conscious จนเกินไป เลยออกมาตรงกลาง คือมีวิตามิน แร่ธาตุ และให้มีพล้งงานด้วย”