Case ที่ 3 แบรนด์ Warby Parker กับแคมเปญ Try-On
ลูกค้าร้อยทั้งร้อยล้วนอยากลองสินค้าก่อนซื้อ แต่การใช้วิธีเดิมๆอย่าง “ทดลองใช้ 30 วัน” หรืออะไรก็ตามอาจจะน่าเบื่อไปเสียแล้วในยุคนี้ แบรนด์เลยต้องมองหาวิธีอื่นๆ ที่โดดเด่นแต่ยังทำให้ลูกค้ามองเห็นภาพของตัวเองมีประสบการณ์กับการใช้สินค้าได้ เพื่อทำให้เขาอยากลองซื้อ ลองใช้
แบรนด์ Warby Parker เป็นแบรนด์ที่ขายแว่นสายตาแบบสั่งตัดโดยแพทย์ และแว่นกันแดดแฟชั่น สิ่งที่แบรนด์ทำที่น่าสนใจคือการมอบประสบการณ์ “การลองใช้” ให้ลูกค้าด้วยแคมเปญ #WarbyHomeTryOn
ลูกค้าสามารถเลือกแบบแว่นตาได้ 5 แบบ เพื่อเอาไปทดลองใส่ได้ฟรี 5 วัน โดยแบรนด์ขอให้ลูกค้าถ่ายเซลฟี่ตัวเองตอนใส่แว่นตาพร้อมติดแฮชแทก #WarbyHomeTryOn โพสต์ลง Social Media ของตัวเองในช่องทางที่สมัครใจมากที่สุด
ผลการทำแคมเปญพิสูจน์ว่าวิธีนี้สุดยอดมากในแง่การกระตุ้น UGC เพราะลูกค้าที่ถ่ายเซลฟี่กับแว่นตาสามารถแสดงความคิดเห็นหรือบอกความรู้สึกเมื่อเห็นตัวเองใส่ไปพร้อมๆกับการโพสท์ภาพ มากไปกว่านั้น แคมเปญนี้แบรนด์ได้การโฆษณาฟรีๆจากลูกค้าไปเลย
ลูกค้ามีเวลา 5 วันในการตัดสิน ตลอด 5 วัน เขาสามารถใส่แว่นตาแล้วถ่ายเซลฟี่วนไปมาเพื่อขอความเห็นจากเพื่อนๆ เพื่อดูว่าตัวเองเหมาะกับแบบไหนมากที่สุด ความสนุกของกติกาช่วยทำให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์กับสินค้า นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รับความเห็นที่ดีจากเพื่อนๆคนรอบข้างของเขาต่อสินค้าของเราอีกด้วย
หลักสำคัญคือ “จงปล่อยให้ลูกค้าได้มีโอกาสทำ”
การมี UGC คือ การปล่อยให้ลูกค้าแสดงออกถึงความรู้สึกและความเห็นต่อสินค้าในแบบของเขา โดยที่เราไม่ต้องไปบิดเบือนหรือเติมแต่ง นอกจากนั้น ลูกค้าคนอื่นๆยังมีแนวโน้มจะรับฟังและอ่านจากลูกค้าด้วยกันเองมากกว่านั่งฟังคำโฆษณาของแบรนด์ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะลูกค้าแค่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพจริงๆ ได้รับการยืนยัน หรือพูดถึงจากคนอื่นๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ เขาเลยเลือกฟังและรับสารที่มาจากคนที่เป็นลูกค้าเหมือนกันมากกว่า
อย่าลืมว่า การกระตุ้นให้เกิด UGC ต้องคำนึงด้วยว่า เราจะให้ลูกค้าสร้าง UGC ไปเพื่ออะไร แล้วสิ่งนั้นตอบโจทย์ธุรกิจของเราหรือไม่ การใช้ Influencer หรือเทคนิควิธีการอะไรก็แล้วแต่ จะต้องมั่นใจว่า สิ่งที่เรากำลังทำได้ช่วยผลักดันหรือ “ขายของ” เพื่อท้ายที่สุดให้ UGC เหล่านั้นช่วยตอบผลทางธุรกิจนั่นเอง