สำหรับ Pay Solutions เป็นหนึ่งผู้ให้บริการที่เป็นตัวกลางของการชำระเงินกับระบบ Online Payment รองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กร ผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงร้านค้าออนไลน์ในหลากหลายธุรกิจ โดยมีการเติบโตกว่า 40% หรือคิดเป็น 1,650 ล้านบาท ซึ่งป็นรายได้ที่มาจากร้านค้าในระบบทั้งที่เป็นกลุ่มลูกค้าองค์กรและลูกค้า SMEs และในปีนี้ วางแผนเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่ง สร้างความแตกต่างเพื่อตอบสนองลูกค้า และหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างนวัตกรรมให้ธุรกิจดิจิทัลของไทยต่อไปในอนาคต ซึ่งจากข้อมูลการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ของธนาคารแห่งประเทศไทย จะเห็นได้ว่าในปี 2562-2564 การชำระเงินผ่านพร้อมเพย์มีการเติบโตมากถึง 219% โมบายล์แบงกิ้ง 157% และจากฐานข้อมูลของเพย์ โซลูชั่น พฤติกรรมการจับจ่ายของคนในโลกออนไลน์ในช่วงโควิด มีการชะลอการจ่ายเงินสด และหันมาจ่ายในรูปแบบผ่อนชำระมากขึ้นถึง 84%
ปัจจุบัน Pay Solutions เห็นถึงความสำคัญของเเนวโน้มสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโท เคอร์เรนซี ซึ่งเราในฐานะผู้นำและเป็น “ผู้ให้บริการรายแรก” ของไทยที่เปิดให้บริการรับชำระเงินคริปโท “Crypto Payment” ให้กับธุรกิจต่างๆ โดยเป็นการชำระเงินรูปแบบใหม่และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเพิ่งมีการเปิดทดสอบการให้บริการ โดยความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล รองรับการชำระได้มากกว่า 350 สกุลเงิน
อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าสินค้าหรือบริการด้วยคริปโทผ่าน Pay Solutions ระบบจะทำการเปลี่ยนคริปโทเป็นเงินบาททันทีเพื่อลดความผันผวน และโอนเงินบาทให้กับร้านค้า โดยผู้จ่ายสามารถจ่ายผ่านระบบกระเป๋าคริปโทเมตามาสก์ (Metamask) ผ่านระบบเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ของ Binance Smart Chain (BSC) ที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก ทั้งนี้ Crypto Payment ยังอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่มีนโยบายสนับสนุนให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ ดังนั้นจึงเปิดทดสอบให้กับร้านค้าและธุรกิจในวงจำกัด มีเกณฑ์การตรวจสอบตามนโยบายรู้จักร้านค้า (Know Your Merchant: KYM) เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุม