กลยุทธ์สำคัญที่เข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของท็อปส์น่าจะอยู่ที่การสร้างสโตร์ฟอร์แมตที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเจาะเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มที่อยู่ในแต่ละโลเกชั่นได้เป็นอย่างดี สโตร์ฟอร์แมตของท็อปส์จะประกอบไปด้วย
1.ท็อปส์ มาร์เก็ต มีพื้นที่ขายประมาณ 1,500 - 2,000 ตร.ม. สาขาในรูปแบบนี้จะมุ่งตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ภายในเน้นสินค้าคุณภาพสูงทั้งอาหารสดและอาหารแห้งในราคาที่เอื้อมถึงได้ บางสาขามีแผนกเซ็นทรัลไวน์เซลลาร์ เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการไวน์ชั้นเลิศ
2.ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ มีพื้นที่ขายประมาณ 4,500-8,000 ตร.ม. สาขาในรูปแบบนี้จะตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการร้านค้าขนาดใหญ่ และมีสินค้าครบครันในรูปแบบ One Stop Shopping Place เป็นสาขารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตของท็อปส์ และมีสินค้าจากร้านค้าของเซ็นทรัลรีเทล ไม่ว่าจะเป็น เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต โฮมเวิร์ค บีทูเอส ออฟฟิศเมท และเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง ร่วมจำหน่ายในพื้นที่อีกด้วย
3.ท็อปส์ซูเปอร์คุ้ม ขนาดพื้นที่ขาย 1,500 - 2,000 ตร.ม. ตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด ภายใต้แนวคิด สด ครบ สุดคุ้ม เน้นสินค้าคุณภาพในราคาเป็นกันเอง
4.ท็อปส์ เดลี่ พื้นที่ขาย 600-1,000 ตร.ม. เป็นร้านสะดวกซื้อที่ครบครันทั้งสินค้า อาหาร และบริการ ภายใต้ขนาดเล็กแบบมินิซูเปอร์มาร์เก็ต มีสาขากระจายทั่วประเทศ ทั้งแบบภายในศูนย์การค้า และแบบร้านค้า Standalone
5.อีทไทย ขนาดพื้นที่ 2,000-4,000 ตร.ม. จับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กที่เน้นสินค้าประเภทโอท็อป สินค้าของฝาก และสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก และส่วนศูนย์อาหารไทยพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่รวบรวมร้านอาหารไทยพื้นบ้านไว้เป็นจำนวนมาก
6.มัทสึโมโตะ คิโยชิ พื้นที่ขาย 250-1,000 ตร.ม. ร้านความงามครบวงจรที่เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ซื้อสิทธิ์การบริหารมาจากมัทสึโมโตะ คิโยชิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นร้านความงามขนาดกลางที่มีสินค้าครบครัน ทั้งในประเทศ และสินค้านำเข้าจากมัทสึโมโตะ คิโยชิ
7.รูปแบบ Online มีสินค้ากว่า 10,000 รายการให้บริการ เป็นการเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Seamless Experience ของลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่
ทั้งหมดนั้น ทำให้ภาพของท็อปส์วันนี้เป็นมากกว่าแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดาเหมือนในอดีตที่ผ่านมา.....