BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
27,896
VIEWS

ถอดรหัสความสำเร็จ แม็คโคร ทำอย่างไรถึงเป็นเบอร์ 1 “แคช แอนด์ แครี่”

ม.ค. 05, 2561 R.Somboon

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2531 เกิดปรากฏการณ์สำคัญในตลาดค้าปลีก – ค้าส่งของบ้านเรา เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่มซีพีจับมือกับเอสเอชวี โฮลดิ้ง จากฮอลแลนด์เปิดแม็คโคร ค้าส่งโมเดิร์นเทรด “แคช แอนด์ แครี่” ที่เป็นการซื้อสินค้าด้วยเงินสด และยกกลับบ้านเอง เพื่อเป็นช่องทางขายส่งให้กับร้านค้า ร้านอาหาร บริษัท และครอบครัวขนาดใหญ่ทั้งสินค้าโกรเซอรี่ และสินค้าประเภทอาหารสด

การเข้าตลาดในครั้งนั้นสร้างความฮือฮาได้ค่อนข้างมาก เพราะเป็นรายแรกของตลาดที่เป็น “ยี่ปั๊วสายพันธุ์ใหม่” นั่นคือ การเป็นโมเดิร์นเทรดที่ใช้ราคาเป็นตัวดึงดูดลูกค้า ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมให้ยี่ปั๊วในรูปแบบเดิมต้องหันมาปรับตัว และนำรูปแบบการขายของแม็คโครคือ “แคช แอนด์ แครี่” มาใช้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง

 แม็คโครประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนเมื่อยักษ์ไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ในช่วงเวลานั้นมีอยู่ในบ้านเรา 3 รายคือบิ๊กซี เทสโก้ โลตัส และคาร์ฟูร์ มีการแข่งขันกันค่อนข้างจะรุนแรง และส่วนหนึ่งของการทำตลาดของไฮเปอร์มาร์เก็ตจะโฟกัสมาที่กลุ่มลูกค้าของแม็คโครคือบรรดาโชวห่วย และครอบครัวขนาดใหญ่ด้วย

ผลกระทบที่ตามมาก็คือ การถูกแชร์ตลาดจากคู่แข่งที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้วยกันจนส่งผลต่อยอดขาย การปรับตัวจึงเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อร่วม 10 ปีที่ผ่านมา

ในครั้งนั้น แม็คโคร หันกลับมาโฟกัสที่การเป็นศูนย์ค้าส่งโมเดิร์นเทรด “แคช แอนด์ แครี่” โดยเน้นการทำตลาดไปที่ลูกค้า 3 กลุ่มหลักๆ คือร้านโชวห่วย ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เป็น HoReCa หรือ Hotel, Restaurant, Catering และบริษัทขนาดใหญ่ โดยตัดลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคทั่วไปทิ้ง เพื่อเลี่ยงที่จะชนกับไฮเปอร์มาร์เก็ตโดยตรง

การหันกลับมาทำตลาดบนจุดแข็งของตัวเองในครั้งนั้น แม็คโครให้ความสำคัญกับระบบสมาชิก โดยต้องมีบัตรสมาชิกเท่านั้นจึงจะเข้ามาซื้อของที่แม็คโครได้ เป็นการโฟกัสไปที่กลุ่มที่เป็นลูกค้าจริงๆ แทนที่การหว่านเหมือนเมื่อก่อนหน้านั้น

หลังการโฟกัสภาพของการเป็นร้านค้าส่งที่มีข้อแตกต่างจากไฮเปอร์มาเก็ต แม็คโคร มีการเดินหน้าตอกย้ำภาพการเป็นร้านค้าส่งโมเดิร์นเทรดของตัวเองผ่านกลยุทธ์ CRM กับกลุ่ม 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก

การทำกิจกรรมการตลาดที่ถูกเคลือบด้วยการทำ CRM ไปในตัว โดยเฉพาะกับกาจัดกิจกรรม “แม็คโคร มิตรแท้โชวห่วย” ที่ทางแม็คโครมีการหาโซลูชั่นในการขายใหม่ๆเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้กับบรรดาร้านโชวห่วยที่ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มหนึ่งของแม็คโคร การสร้างโอกาสในการขายให้กับโชวห่วย จะมีตั้งแต่การให้คำปรึกษาในเรื่องของการบริหารร้าน ตลอดจนการหาสินค้าและบริการใหม่ๆ เข้าไปเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม

ปัจจุบัน แม็คโครมีสมาชิกอยู่กว่า 2 ล้านราย ในจำนวนนั้นกว่า 5 แสนรายจะเป็นพวกร้านโชห่วย โดยแม็คโคร จะมีทีม Business Development ที่กระจายอยู่ตามสาขาต่างๆ ทำหน้าที่ในการเข้าไปติดต่อกับองค์กรต่างๆเพื่อนำเสนอสินค้าที่จัดแคมเปญ ทีม Business Development นี้ จะทำหน้าที่เหมือนกับทีมงานที่ออกไปพบลูกค้าทั้งที่เป็นโชวห่วย ร้านอาหาร ภัตตาคาร และลูกค้าที่เป็นสถาบัน เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ในการแนะนำกิจกรรมหรือแคมเปญต่างๆ ที่แม็คโครจัดขึ้น

อาจจะกล่าวได้ว่า การดำเนินกลยุทธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นการสะท้อนถึงการเป็นร้านค้าส่งสมัยใหม่ของแม็คโคร  เป็นเสมือนตัวช่วยตอกย้ำตำแหน่งทางการตลาดที่แม็คโครพยายามสร้างให้เห็นเด่นชัดตลอดช่วง 3 -4 ปีหลังของการทำตลาดโดยเฉพาะทีมงาน Business Development ถือเป็นอาวุธที่แตกต่างที่สามารถนำมาใช่เพื่อช่วยรักษาฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ไว้ให้เป็นลูกค้าประจำของแม็คโครอย่างเหนียวแน่น ซึ่งน่าจะเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของแม็คโคร ที่เหนือกว่าคู่แข่งขันทางอ้อมอย่างบรรดาไฮเปอร์มาร์เก็ตที่มักจะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นตัวนำ

การทำการตลาดในรูปของ CRM ที่แม็คโครทำแบบ 360 องศานี้ เป็นส่วนสำคัญที่นอกจากจะทำให้แม็คโครสามารถรักษาฐานสมาชิกที่มีอยูราวกว่า 2 ล้านรายที่ Active ในเรื่องของการซื้อไว้ได้อย่างเหนียวแน่นทำให้ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสมาชิกในช่วง 3 – 4 ปีหลังมานี้มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก

ขณะที่จุดแข็งอีกอย่างของแม็คโคร นอกเหนือจากความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่นก็คือ การบาลานซ์กลุ่มเป้าหมายหลักๆ ของตัวเองออกไปยัง 3 กลุ่มใหญ่ได้อย่างลงตัวทั้งกลุ่มลูกค้าที่เป็นร้านโชวห่วย กลุ่มลูกค้า HoReCa (กลุ่มโฮเต็ล ภัตตาคาร และ Catering) และกลุ่มลูกค้าที่เป็นสถาบันทั้งโรงเรียนและโรงงานขนาดใหญ่ โดย 2 กลุ่มแรกจะเป็นลูกค้าที่มีสัดส่วนการซื้อมากที่สุด 

พัฒนาสโตร์ฟอร์แมต

เข้าถึงลูกค้าทุกพื้นที่

นอกจากการสร้าง Engagement ผ่านเครื่องมืออย่าง CRM แล้ว การสร้างสโตร์ฟอร์แมตใหม่ๆ เพื่อรองรับกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญของความสำเร็จที่เกิดขึ้น

การเปิดร้าน แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส คือตัวอย่างของเรื่องนี้ ฟอร์แมตสโตร์ในรูปแบบดังกล่าว เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดหลังจากที่ทำตลาดสินค้าประเภทอาหารสดมานาน โดยมองว่ามีดีมานด์กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว จึงเปิดร้านขายส่งสินค้าประเภทอาหารสด และอุปกรณ์ในการทำอาหารที่เรียกได้ว่าหากใครต้องการจะเปิดร้านอาหารสามารถมาที่นี่ได้เลย โดยร้านในรูปแบบนี้จะมีพื้นที่ขายประมาณ 1,000-3,000 ตารางเมตร และเจาะทำเลในชุมชนที่มีร้านอาหารเยอะๆ

แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส จะเข้ามาอุดช่องว่างในกรณีที่สาขาขนาดใหญ่ของแม็คโครไม่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งแม็คโครเองมีการพัฒนาสโตร์ฟอร์แมตในรูปแบบของ “คอมแพคไซส์” เป็นแคช แอนด์ แครี่ ที่ไม่ใหญ่นัก เพื่อเจาะเข้าไปในหัวเมืองรอง

แน่นอนว่า การทำตลาดของฟู้ด เซอร์วิส นอกจากจะขายสินค้า นำเสนอโซลูชั่นในการทำธุรกิจร้านอาหารแล้ว ยังเข้ามาให้คำแนะนำในการสร้างเมนูใหม่ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของลูกค้าแม็คโครอีกด้วย โดยปัจจุบันยอดขายของแม็คโคร 50% จะมาจากร้านโชวห่วย 30% เป็นกลุ่ม HoReCa และอื่นๆ อีก 20%

ผลประกอบการของสยามแม็คโครในช่วง 9 เดือนของปี 2560 มีกำไร 4,300.31 ล้านบาท หรือ 0.90 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่มีกำไร 3,794.78 ล้านบาท หรือ 0.79 บาท/หุ้น

- ในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 บริษัทสยามแม็คโคร และบริษัทย่อย มียอดขายรวมจำนวน 44,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 3,585 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 

การเติบโตที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการเติบโตของยอดขายของแม็คโครที่เพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ที่ทยอยเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปี 2559 ประกอบกับการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดียวกัน การเติบโตของยอดขายของบริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด (SFS) และกลุ่ม Indoguna ที่เริ่มรับรู้รายได้มาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2560 และการเติบโตของยอดขายของ Indoguna Vina Food Service Company Limited (ประเทศเวียดนาม)

"เมื่อ Luxury Resale ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองอีกต่อไป” เจาะกลยุทธ์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กับการสร้าง Luxury Ecosystem รูปแบบใหม่

CMG ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินเกมรุกตลาดความงาม คว้า AMUSE เสริมพอร์ตบิวตี้ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำผู้นำ “K-Beauty Retailer” ในประเทศไทย

CRC Sports ปิดดีล JD Sports Thailand ต่อจิ๊กซอว์อาณาจักร Sport Lifestyle ตั้งเป้ายอดขายโตเท่าตัว

กลุ่มเซ็นทรัล โชว์ยอดขายยุโรปทะลุ 2.4 แสนล้าน ครบรอบ 15 ปี พร้อมจัดทัพใหม่ ลุยสมรภูมิ Retail Media

Fast Retailing เจ้าของ Uniqlo ทำสถิติรายได้สูงสุด ผลกำไรเพิ่มสูงถึง 29.4%

ทำความรู้จัก “RSP” คัมภีร์ตั้งราคาของร้านค้าปลีก ตัวกำหนดเกมว่าขายเท่าไรลูกค้าถึงยอมซื้อ

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact