อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าทุกวันนี้นักลงทุนมีทางเลือกกับ Start Up มากมาย เพราะทุกประเทศล้วนมีนโยบายส่งเสริม และธุรกิจนี้ก็มีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นการที่ Start Up แต่ละรายจะสามารถไต่ละดับขึ้นไปในแต่ละ Series ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การจะผลักดันให้ Start Up ของไทยไปสู่ Unicorn จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
การทำธุรกิจแบบตัวคนเดียวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
นอกเหนือจากกลุ่มนักลงทุน แล้ว Start Up ของไทยยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกมากมายจนเป็น Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐ (Government Agency), การพัฒนาหลักสูตรและเพิ่มความช่วยเหลือจากสถาบันการศึกษา (Education), องค์กรที่คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาทางด้านการตลาด, กฎหมายระหว่างประเทศ (Incubators, Accelerators), สถานที่ทำงาน (Co-working Space), สื่อที่คอยสนับสนุนและเผนแพร่ผลงาน (Media) ฯลฯ
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ยังพบว่าองค์กรของภาครัฐบางหน่วยงานยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ Start Up
หลายคนยังเข้าใจว่า Start Up ก็ให้คำปรึกษาทางธุรกิจเหมือนกับ SMEs เพราะถือกำเนิดจากธุรกิจขนาดเล็กเหมือนกัน
ร้ายไปกว่านั้น บางคนเอาไปเปรียบเทียบกับ OTOP ก็มีมาแล้ว
ในความเป็นจริงต้องกล่าวว่า Start Up ทุกแบรนด์ล้วนเป็น SMEs แต่ทุก SMEs ทุกแบรนด์ไม่ใช่ Start Up เนืองจากมีโมเดลธุรกิจที่ไม่เหมือนกัน
SMEs เน้นทำธุรกิจเหมือนเลี้ยงลูก คือ สร้างธุรกิจให้เติบโตไม่คิดจะขาย แต่ Start Up นั้นคนก่อตั้งทำหน้าที่เหมือนเป็นแม่นมกลายๆ คือ เลี้ยงให้เติบโตแข็งแรงแบบก้าวกระโดด และพร้อมที่จะลาจากเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
เรียกว่าถ้าเลี้ยงปลาก็ให้อาหารแบบเร่งสี เร่งวุ้น เร่งโต ถ้าเลี้ยงไก่ก็ฉีดฮอร์โมน เปิดไฟ ให้อาหารตลอด 24 ชั่วโมง
จนหลายคนให้คำจำกัดความว่า Startup = Growth + Scale
ดังนั้นเมื่อคนของภาครัฐยังขาดความเข้าใจก็เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะส่งเสริม Start Up แบบผิดทางได้ ซึ่งบุคลิกของธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากขนาดนี้ หากได้คำแนะนำที่ผิดก็ยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความล้มเหลวเข้าไปอีก
คุณกระทิง พูลผล ผู้บริหารร่วมกองทุน 500 TukTuks กองทุนย่อยในเครือ 500 Startups ผู้คร่ำหวดในวงการ Start Up ของไทยมาอย่างยาวนาน มองจุดอ่อนของ Start Up ไทยว่ายังขาดความสามรรถพิเศษ 3 ด้าน คือ
1. Tech Talent
2. Business Model Mutuality
3. Growth Mindset
“ส่วนใหญ่ที่ผมเห็น Start Up ไทยจะคิดที่จะทำแต่เฉพาะเมืองไทย คิดว่ามันไม่สามารถโตไปในต่างประเทศได้ ข้อหลังนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่ที่ผมทำมา เขาไม่ค่อยคิดว่า ฉันจะโตไปต่างประเทศ ฉันจะโตอย่าง Lazada ไปเทคโอเวอร์ต่างประเทศ เลยกลายเป็นว่าเราจะเห็น Start Upต่างประเทศมาโตในเมืองไทยเยอะกว่า ส่วนข้อ 2 อันนี้เรียนรู้ได้ ดังนั้นศักยภาพของ Startupในทวีปเอเชียยังไม่สามารถเทียบได้ ไทยอยู่ในลีกเดียวกันกับเวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า คือเราชนะ ลาว กัมพูชา พม่าแน่ๆ แต่เราสูสีกับเวียดนาม เราตามหลังอินโดนีเซีย 3-4 ปี เราน่าจะชนะฟิลิปปินส์ แต่แพ้มาเลเซีย สิงคโปร์ แน่นอน เพราะสิงคโปร์นำหน้าไทยไป 10 ปี
แต่ประเด็นสำคัญคือ Start Up ไทยเริ่มช้ากว่าประเทศอื่นเยอะมาก เวียดนามตอนนี้เขา Exit กันไปเรียบร้อยมี Unicorn แล้ว เริ่ม Wave 2 ไปแล้ว ไทยยังทำมา 4 ปีเพิ่งถึงครึ่งทางของ Wave แรกเท่านั้น”