ปลุกพลังเอสเอ็มอีสู้ปีเสือ
ปัจจุบันประเทศไทย มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มากกว่า 3 ล้านราย มียอดขายสินค้าที่คิดเป็นมูลค่าราว 40% ของจีดีพี ก่อให้เกิดการจ้างงานถึง 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 80-85% ของการจ้างงานทั้งประเทศ ที่สำคัญเป็นเรื่องที่ภาครัฐยกมาเป็น วาระแห่งชาติ ในการสนับสนุนและดูแลกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเหล่านี้
“ตลอดระยะการดำเนินธุรกิจมากว่า 32 ปี ‘แม็คโคร’ ได้มีโครงการสนับสนุนเอสเอ็มอี และเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค การเข้าถึงช่องทางจำหน่ายสินค้า เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายและทำกำไรมากขึ้น จากการขายสินค้าในราคาส่ง ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งให้การส่งเสริมสภาพคล่อง พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ และการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจด้วย”
จำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นคู่ค้ากับแม็คโครในปัจจุบันมีเกือบ 2,000 ราย มีเกษตรกรรายย่อยที่ส่งผักและผลไม้ให้แม็คโครมากกว่า 7,500 ครัวเรือน เกษตรกรเครือข่ายผู้เลี้ยงโคอีกกว่า 10,000 ราย ฯ รวมถึงมีลูกค้าสมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) กว่า 500,000 ราย และผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยงและโรงแรม (โฮเรก้า) รวมกว่า 300,000 ราย
ซึ่งในปีที่ผ่านมา แม็คโคร ได้รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มจากปีก่อนหน้าร้อยละ 20 หรือกว่า 200,000 ตัน พร้อมเปิดพื้นที่ฟรีหน้าสาขาให้ร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบโควิดมาจำหน่าย เปิดคอร์สการสอน online เพื่อเพิ่มศักยภาพและความรู้ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจอาหารที่ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 ราย นอกจากนี้ ยังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็น ปลากะพง กุ้งขาว และได้ร่วมลงนาม MOU กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการรับซื้อและพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่, พัฒนาผลิตภัณฑ์ของคู่ค้าเอสเอ็มอีเพื่อปรับตัวรับพฤติกรรมการบริโภควิถีใหม่ อาทิ การส่งเสริมการทำผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง พร้อมทานแช่แข็ง เป็นต้น
“ด้วยความเชี่ยวชาญของแม็คโครในด้านการคัดสรรและจัดซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและหลากหลาย สำหรับ B2B หรือผู้ประกอบการ ทำให้ในทุกปี เราได้วางเป้าหมายรับซื้อผลิตผลจากเกษตรกรรายย่อย และ เอสเอ็มอีรายใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางให้ธุรกิจรายเล็กๆ เติบโตและอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์ สอดคล้องไปกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน”