จากผลสำรวจของ Allianz Life Insurance พบว่า กลุ่มมิลเลนเนียลซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการชำระเงินในรูปแบบ นี้มีแนวโน้มที่จะซื้อของส่วนใหญ่ที่เจอจากทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงรับอิทธิพลจากเพื่อนและผู้นำทางความคิด อินฟลูเอนเซอร์ ในโลกออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วน 48% เพราะการที่ได้ซื้อของใช้ตามโซเชียลมีเดีย เสริมความมั่นใจให้ตัวเองและได้รับการยอม รับจากสังคม ด้วยเหตุนี้แพลตฟอร์ม Buy Now, Pay Later ส่วนใหญ่ ต่างทุ่มงบโฆษณาและพัฒนาการตลาดในโซเชียลมีเดีย ให้เข้ากับพฤติกรรมกลุ่มคนนี้หนาตามากขึ้น
มีการมองกันว่า ความนิยมของพฤติกรรมการซื้อแบบ Buy Now, Pay Later ที่ส่งผลต่อการเติบโตของแพลตฟอร์ม การชำระเงินในรูปแบบนี้ อาจจะเข้ามาเป็นแรงท้าทายสำคัญของธุรกิจบัตรเครดิต เพราะเป็นการเข้าถึงการซื้อที่ง่ายกว่า ไม่มี ค่าธรรมเนียม แถมบางครั้งยังปลอดดอกเบี้ย ซึ่งน่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ธุรกิจบัตรเครดิตต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับ แนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้
สำหรับในบ้านเรามีแพลตฟอร์มหลายแพลตฟอร์มที่เข้ามาทำ Buy Now, Pay Later ไล่ตั้งแต่ SPayLater ของ Shopee ที่เปิดตัวมารองรับกับการทำตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ โดยให้วงเงินค่อนข้างสูงถึง 1 แสนบาท และสามารถเลือกชำระได้ 2 แบบ คือหลังจากรับสินค้า 1 เดือน หรือเลือกผ่อน 3 งวด
Pay Next ของ True Money Wallet ที่เปิดตัวมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ใช้จ่ายค่าสินค้า และบริการ ผ่านแอปทรูมันนี่ วอลเล็ต ด้วยการให้วงเงินพร้อมใช้งานได้ทันที จำนวน 5,000 บาท (ลูกค้าบัตรทรูแบล็ค และเรดการ์ด ได้ วงเงินสูงสุด 10,000 บาท) พร้อมสิทธิ์ผ่อนชำระสูงถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นจะต้องมีบัตรเครดิตหรือส่งเอกสารใดๆ เพิ่มเติม
atome แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำตลาดนี้โดยเฉพาะ มีร้านค้าพันธมิตรหลายราย อาทิ Sephora, Agoda, EVEANDBOY, Charles & Keith, GQ ให้ผ่อนชำระได้ 3 เดือน ในวงเงินสูงถึง 10,000 – 20,000 บาท
Shop Now Pay Later แพลตฟอร์ม Buy Now, Pay Later ของ Grab ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มมาเพื่อช่วยคนที่อยู่ในอีโคซิสเต็มของ Grab โดยเฉพาะไรเดอร์และคนขับรถให้สามารถซื้อโทรศัพท์มือถือในรูปแบบของซื้อก่อนจ่ายทีหลังได้
เป็นอีกแนวโน้มที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว...