ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ดูถดถอย ธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้ค้าในตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนมากถึง 90% ของภาพรวมตลาดธุรกิจอาหารที่มีมูลค่าราว 6 แสนล้านบาท และมูลค่าทางการตลาดของรายย่อยมีการขยับตัวเพิ่มขึ้นจาก 31% เป็น 34% สะท้อนถึงการเติบโตที่มีคุณภาพ
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตได้ดี คือ “แพลตฟอร์ม” โดยเฉพาะบริการฟู้ดเดลิเวอรี ที่เข้ามาช่วยให้ร้านค้าสามารถขยายช่องทางการขาย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ ได้มากขึ้น และมีกำไรต่อสาขามากขึ้น จากการบริหารจัดการต้นทุน และการขยายฐานลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

โดย 5 เรื่องสำคัญ ที่ร้านค้าต้องการ จาก Payment Solutions คือ- 69% การจัดการที่รวดเร็ว: ร้านค้าต้องการระบบที่ช่วยให้รับเงินเร็ว ไม่ต้องรอเงินทอนหรือมานั่งนับเงิน ทำให้มีเวลามากขึ้นในการบริการลูกค้า
- 63% ปลอดภัย ป้องกันสลิปปลอม: ปัญหาสลิปปลอมยังเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ร้านค้าจึงต้องการระบบที่สามารถตรวจสอบสถานะการชำระเงินได้แบบเรียลไทม์ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องนี้
- 59% ลดข้อผิดพลาด แม่นยำ: พนักงานไม่ต้องนับเงิน ถอนเงิน หรือจัดการเงินสดเอง ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
- 45% สะดวก สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า: ปัจจุบันลูกค้าหลายคนไม่พกเงินสด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ การมีช่องทางรับชำระที่หลากหลายจึงเป็นการเพิ่มยอดขาย และลดการสูญเสียโอกาส
- 42% เชื่อมต่อระบบ POS โดยตรง: ทำให้สามารถรับชำระเงินได้โดยตรง ระบบทั้งหมดเชื่อมต่อกันอัตโนมัติ สรุปยอดและปิดบิลได้ทันที ช่วยให้ร้านค้าจัดการทุกอย่างได้ในระบบเดียว

ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี)จึงร่วมมือกับ LINE Pay ยกระดับ Merchant Solutions หนุนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารให้บริหารจัดการธุรกิจและรับชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชันทางการเงินครบวงจร ที่เชื่อมต่อกับ Wongnai POS รองรับการชำระเงินครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ ทั้ง QR Code บัตรเครดิต บัตรเดบิต และ e-Wallet พร้อมช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ
กนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจร ผ่านการขยายความร่วมมือกับ LINE Pay เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชำระเงินของร้านค้าให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียม และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการธุรกิจ โดยทีทีบีร่วมมือกับ LINE Pay ตั้งแต่ปี 2566 ด้วยการพัฒนาโซลูชันการรับชำระเงินผ่าน QR บนแพลตฟอร์ม LINE MAN รองรับการชำระเงินจากทุกธนาคารผ่าน Mobile Banking ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการรับชำระเงิน
“ก่อนหน้านี้ ร้านค้าต้องบริหารจัดการเรื่องเงินสดกันเอง ทั้งเรื่องการเก็บเงิน ดูแลเงินทอน และคอยรับเงินจากไรเดอร์ ซึ่งเป็นภาระที่ยุ่งยากและกินเวลา แต่พอเปลี่ยนมาใช้ระบบชำระเงินแบบดิจิทัลที่เชื่อมกับ LINE Pay ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก ระบบช่วยให้หน้าร้านสามารถรับออเดอร์ได้เร็วขึ้น ทำให้ไรเดอร์รับงานได้มากขึ้น และลูกค้าก็รู้สึกสะดวก ไม่ต้องพกเงินสด ร้านค้าเองก็ไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการเงินสดอีกต่อไป ถือเป็นความสบายทั้งฝั่งผู้ใช้ ไรเดอร์ และร้านค้า” กนกพร กล่าว
การขยายความร่วมมือของทีทีบีและ LINE Pay ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาโซลูชันการรับชำระเงินแบบครบวงจรบนระบบ Wongnai POS เพื่อยกระดับเครื่องมือการจัดการธุรกิจร้านอาหารให้พร้อมรองรับการชำระเงินทุกรูปแบบ ทั้ง QR Code บัตรเครดิต บัตรเดบิต และ e-Wallet ช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ณ หทัย ภูพิชญ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE Pay กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว พร้อมคาดหวังประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อ LINE Pay จึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ใช้งานง่าย รองรับธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ช่วยให้ร้านค้าบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันการใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลให้แพร่หลายทั่วประเทศ
จากความร่วมมือครั้งนี้ ช่วยให้สามารถพัฒนาโซลูชันการชำระเงินที่ตอบโจทย์ร้านค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้ารายย่อยในตลาด หรือสตรีทฟู้ดที่มักเจอปัญหาสลิปปลอมจากลูกค้า ปัจจุบันจึงมีการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ที่เรียกว่า “เครื่องน้องหมี” เป็นอุปกรณ์กลางที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสลิปและแจ้งยอดผ่านเสียงทันทีเมื่อลูกค้าชำระเงิน เช่น “พร้อมเพย์ 50 บาท” สิ่งนี้ช่วยให้ร้านมั่นใจได้ทันทีว่ามีการชำระเงินจริง อุปกรณ์นี้ยังช่วยลดภาระการสรุปยอดรายวัน เพราะระบบสามารถเคลียร์ยอดให้อัตโนมัติ ถือเป็นโซลูชันที่เหมาะสมกับร้านค้าขนาดเล็กในประเทศได้อย่างแท้จริง ทั้งในด้านราคาและความสามารถในการป้องกันปัญหาเดิม ๆ
“ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาระบบชำระเงิน แต่คือการร่วมกันสร้างอีโคซิสเต็มทางธุรกิจ
ที่ครบวงจร ยกระดับการจัดการร้านอาหารผ่าน Merchant Solutions และระบบบริหารร้านอาหารอันดับ 1 อย่าง Wongnai POS เราเชื่อว่านี่คือก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยและเร่งการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ” ณ หทัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทีทีบีมีจำนวนร้านอาหารที่ดูแลอยู่จำนวน 3,000-4,000 ร้านค้า และมียอดใช้จ่ายผ่านระบบเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าภายหลังจากร่วมมือผ่านระบบ Wongnai POS จะมียอดใช้จ่ายผ่านระบบเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และมีผู้ประกอบการร้านอาหารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10,000 ร้านค้า ภายในสิ้นปี 2568
สำหรับแผนอนาคตเพื่อการต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ จะไม่หยุดอยู่แค่เรื่องการชำระเงิน เพราะเป้าหมายคือการพัฒนา Total Solution เพื่อธุรกิจร้านอาหารในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องของ Financial Service เพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ โดยโครงการถัดไปอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อช่วยร้านอาหารให้สามารถบริหารจัดการเงินสดได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะการจ่ายเงินที่ต้องบริหารในแต่ละรอบบัญชี คาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไม่ช้า