มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในโรงงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยของเสีย ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มร. โคอิโตะ กล่าวเสริมว่า “เราได้ใช้เทคโนโลยีสีฐานน้ำ (Waterborne Paint) ที่สามารถลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) และสร้างระบบบำบัดน้ำเสียให้มีความสอดคล้องกับหลักการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs ด้วยการลดการใช้(Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อลดการใช้น้ำดิบให้น้อยลงและลดการปล่อยน้ำเสีย นอกจากนี้ เรายังได้ติดตั้งแผงโซลาร์์บนหลังคาโรงงาน และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในขั้นตอนกระบวนการผลิตรถยนต์ของเรา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากกว่า 6,100 ตันต่อปี”
ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถเอสยูวีพลังไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (SUV) ที่ไม่เพียงแต่มีสมรรถนะสูงแต่ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้ริเริ่มโครงการด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ล่าสุดคือ “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยติดตั้งระบบแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ และยังสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านโครงการ ‘ปลูกป่า 60 ปี 60 ไร่’ ด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของโครงการและกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้รับการรองรับคุณภาพ ISO 14001 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2544 รวมถึงได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3 เมื่อปีพ.ศ. 2558 และรางวัล 3Rs Award จำนวน 2 ครั้ง จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในปี พ.ศ.2558 และ พ.ศ.2563