ญี่ปุ่นเคยเป็นชาติหนึ่งที่ผู้คนนิยมสวมใส่กางเกงยีนส์ (Jeans) กันมาก ความนิยมกางเกงยีนส์ในญี่ปุ่น เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณ 60 กว่าปี ก่อน เพราะความนิยมในตัวดาราดังฮอลลีวู้ดยุคนั้น อย่างเช่น Marlon Brando และ James Dean ที่ภาพยนตร์ที่เขาแสดงเป็นพระเอกใน ช่วงเวลานั้น เขาใส่กางเกงยีนส์เป็นประจำ
แต่ในช่วงเวลาประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ความนิยมสวมใส่กางเกงยีนส์ของคนญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ ปัจจุบันไม่นิยมสวมใส่กางเกงยีนส์กันแล้ว
มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นในเดือนมกราคมปี 2021 การที่ร้าน JEM อันโด่งดังในชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่นได้ปิดตัวลง ได้สื่อถึงแนวโน้มของธุรกิจยีนส์ ที่ชัดเจน เพราะร้าน JEM เป็นร้านเรือธงของเครือ Jeans Mate และต้องปิดตัวลงหลังจากทำธุรกิจมา 30 ปี ตอนนี้ร้านที่เดิมเป็นร้าน JEM ได้กลายเป็นเป็น Blue Star Burger
แม้ว่าการปิดตัวของร้าน JEM อาจมีสาเหตุหลายประการ แต่รายงานข่าวจากสื่อบางฉบับแสดงเห็นความว่า เป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงถึง ของการตายของกางเกงยีนส์ในญี่ปุ่น และยังมีข้อมูลอื่นอีกที่สนับสนุนเรื่องนี้ เว็บไซต์ Urban Life Metro อ้างว่าจำนวนกางเกงยีนส์ขายาว (Pairs Jeans) ที่ขายในญี่ปุ่นต่อปีลดลง 30% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เว็บไซต์ดังกล่าว ยังอ้างถึงรายการวาไรตี้โชว์ Getsuyo Kara Yofukashi ได้มีการจัดรายการรายการหนึ่งในปี 2020 ในหัวข้อ “Young People Moving Away From Jeans (คนหนุ่มสาวเลิกนิยมกางเกงยีนส์)"
นอกจากนี้ เมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคม ปี 2020 ยังมีรายงานจากสื่อ The Japantimes ของญี่ปุ่นออกมาในประเด็นว่า ความนิยมของ กางเกงยีนส์ในญี่ปุ่นลดลงมาก
รายงานพูดถึง ปัจจุบันรสนิยมการสวมใส่เสื้อผ้าของคนหนุ่มสาวในญี่ปุ่น มีความหลากหลาย และกางเกงยีนส์ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นมาตรฐาน แฟชั่นอีกต่อไป กลุ่มคนหนุ่มสาวของญี่ปุ่นหันมานิยมใส่ชุดลำลอง (Casual Wear) อื่น ๆ เช่น กางเกงชิโน (Chinos), กางเกงคาร์โก้ (Cargo Pant) และกางเกงขาสั้น
รายงานจาก The Japantimes ยังบอกว่า การเปลี่ยนแปลงความนิยมไปจากกางเกงยีนส์ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าทศวรรษ โดย อ้างอิงจากข้อมูลของอุตสาหกรรม ที่ระบุว่า ยอดขายกางเกงยีนส์ทุกประเภทสูงถึง 78 ล้านตัว ในปี 2002 หนึ่งทศวรรษต่อมาก็ลดลงเหลือ 46.5 ล้านตัว และเชื่อว่าตัวเลขในปี 2020 ลดลงต่ำกว่า 40 ล้านตัว ซึ่งทำให้เครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่สามแห่งในญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินการโดย Right-on Co., Ltd., Mac House Co., Ltd. และ Jeans Mate Corp. มีรายได้จากการขายประจำปีลดลงเกือบครึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ความนิยมกางเกงยีนส์ลดลง คือ
1. สงครามราคาที่มีอย่างต่อเนื่อง
2. รสนิยมการสวมใส่เสื้อผ้าของคนหนุ่มสาวมีความหลากหลาย และกางเกงยีนส์ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นมาตรฐานแฟชั่นอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้ความนิยมกางเกงยีนส์ของคนญี่ปุ่นหยุดชะงัก คือการมาถึงของกางเกงยีนส์ราคาต่ำที่จำหน่ายในร้านค้าปลีกจำนวนมาก ในอดีต ราคากางเกงยีนส์อยู่ระหว่าง 3,000 -10,000 เยนต่อตัว แต่ต่อมาร้านค้าปลีกเสื้อผ้าจำนวนมากได้ขายกางเกงยีนส์ราคาถูกในราคา 990 เยน ทำให้กางเกงยีนส์ได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงวัยกลางคนและเด็ก และมันก็สูญเสียเสน่ห์ด้านแฟชั่นไป
ตั้งแต่นั้นมา ตลาดกางเกงยีนส์ก็กลายเป็น 2 ขั้ว ระหว่างสินค้าราคาแพงและสินค้าราคาถูก และความต้องการสินค้าระดับกลางก็ตกต่ำลง ตัวอย่าง เช่น Outlets ที่มีการขายกางเกงยีนส์ที่ดำเนินการโดย Mac House มีจำนวนลดลงจาก 567 สาขาในปี 2009 เป็น 372 สาขาในปี 2020
อย่างไรก็ตาม รายงานจาก The Japantimes ยังตั้งความหวัง (ในปี 2020) ว่า ความนิยมสวมใส่กางเกงยีนส์อาจจะกลับมา อันเนื่องมาจาก การระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้คนจำนวนมากทำงานทางไกลจากที่บ้าน จึงเป็นไปได้ว่า เมื่อการทำงานและการพักผ่อนเข้าใกล้กันมาก ขึ้น กางเกงยีนส์จะกลับมา
ขณะที่ทางด้านสื่อ Sora News24 ของญี่ปุ่น มีรายงานล่าสุดว่า คนหนุ่มสาวยังคงไม่นิยมกางเกงยีนส์ โดยอ้างอิงจากกระแสในโลกออนไลน์ ในญี่ปุ่นที่ความรู้สึกต่อต้านยีนส์เกิดขึ้นผ่านการแสดงความเห็นต่าง ๆ เช่น
“ฉันไม่ได้ใส่กางเกงยีนส์มาประมาณ 10 ปีแล้ว เพราะหนัก แข็ง แห้งยาก และไม่มีฟังก์ชั่นที่เอื้อต่อการทำงาน ไม่คุ้มที่จะสวมใส่”,
“ฉันไม่ต้องการที่จะสวมใส่สิ่งที่แข็งและหนักมาก.....”
"ฉันก็เลิกใส่มันเหมือนกัน ฉันคิดว่าเป็นเพราะกระเป๋าของมันเล็กเกินไปสำหรับสมาร์ทโฟนของฉัน”
“มีแต่พวกนักวิทยาศาสตร์กับโอตาคุเท่านั้นที่สวมมันใช่ไหม” (หมายเหตุ; โอตาคุ ในความหมายหนึ่งหมายถึง ผู้ที่คลั่งไคล้การ์ตูน หรือแอนิเมชั่นญี่ปุ่น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ชอบใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ สะพายกระเป๋าเป้)
และยังมีความเห็นในเชิงต่อต้านการใส่กางเกงยีนส์อื่น ๆ อีก ฯลฯ
แต่กางเกงยีนส์ยังคงมีที่ยืนในญี่ปุ่น Sora News24 รายงานถึงการมีข้อมูลบ่งชี้ว่า กางเกงยีนส์กำลังกลายเป็นเสื้อผ้าสำหรับคนชราในญี่ปุ่น อย่างเห็นได้ชัดเจนขึ้น และข่าวดีสำหรับกางเกงยีนส์เหล่านั้น คือมีคนชราจำนวนมากในญี่ปุ่นสวมใส่มัน
Source
Source