“ตอนนี้ความยากและความท้าทายในการทำงานของเราก็คือการตามให้ทันความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความทนทาน สวย และปลอดภัย เราจึงต้องพยายามหานวัตกรรมมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้สินค้ามีประสิทธิภาพดีขึ้น เช่น ทำวัสดุที่มีเนื้อแข็งแรงมากกว่าเดิมแต่มีความบางลง และสุดท้ายเราต้องปรับตัวเป็น Digitalize เพราะตอนนี้เราเข้าถึงลูกค้าโดยตรงไม่ได้ ดังนั้นการเข้าถึงลูกค้าจึงแตกต่างจากเดิมซึ่งเราก็ยังคงยืนยันว่าสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างใกล้ชิดแม้จะผ่านทางระบบ Digital”
ปีที่ผ่านมา การพัฒนาสินค้ารวมถึงการทำการตลาดของ สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ยังคงยึดแกนหลักในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่ต้องได้มาตรฐาน ทั้งยังเพิ่มเรื่องของฟังก์ชั่นเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้
สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี มีตัวฝ้าระบายอากาศติดตาข่ายสำเร็จรูปที่อำนวยความสะดวกและลดเวลาการทำงานในบ้านลูกค้าของช่างได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ Highlight Building ต่างๆ อย่าง โรงแรม โรงพยาบาล Commercial Building หรือ Co-Working Space เช่น Privazy Wall ระบบผนังสมาร์ทบอร์ด ที่พัฒนามาเพื่อเป็นผนังกั้นเสียง ลดการส่งผ่านเสียงระหว่างห้องได้ ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น
คุณอัญชลี เสริมว่า ในปีนี้สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี เตรียมตัวสำหรับ Next Normal ไม่ว่าโรคระบาดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นหรือจะกลับมาระบาดอีก รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่รักษ์โลกผ่านแคมเปญใหญ่ของ SCG คือ Green Choice และพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ สวยงาม และทนทาน
“ตอนนี้นอกจากเรื่องของความสะอาดและสุขภาพแล้ว สิ่งที่ทุกคนตระหนักคือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ดังนั้นทางเราจะให้ความสำคัญกับสินค้า Green Choice สร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคสามารถเลือกเพื่อโลกได้ โดยเราจะมีสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการลดมลภาวะต่างๆ ซึ่งสินค้า สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ทุกตัวเป็น Green Choice ทั้งหมด ดังนั้นที่เราบอกว่า Next Normal จึงจะเป็นไปในลักษณะที่เราจะพัฒนาสินค้าที่ทั้งสวย ดี และรักษ์โลก ผ่านระบบจัดจำหน่ายหรือการเข้าถึงลูกค้าทั้งแบบ Offline และ Online”
เห็นได้ชัดว่าเคล็ดลับในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จของสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ประกอบไปด้วยการให้ความสำคัญกับ Customer Centric เพื่อนำความต้องการนั้นมาพัฒนาด้วยนวัตกรรม เป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันสินค้าและกระบวนการผลิตนั้นก็ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน
“เราต้องการยืนในจุดที่ทำธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง เป็นไปได้ยากมากที่จะสำเร็จด้วยตัวคนเดียว เราต้องให้ทุกคนโตไปด้วยกันและไม่ทำให้ใครหรือโลกเราสูญเสีย เราจึงพยายามที่จะใช้นวัตกรรมทุกรูปแบบเพื่อผลิตสินค้าและบริการที่ดีตอบโจทย์ในเรื่องของการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษ์โลกอย่างจริงจัง ลดมลภาวะให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย”