ธนาวัฒน์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “หนึ่งในเทรนด์ร้อนอีคอมเมิร์ซปี 61 คือ “UGC” (User Generated Content) หรือการสร้างคอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง ซึ่งเทรนด์นี้เป็นกระแสมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการที่ผู้ใช้งานจริงถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานสินค้าหรือบริการต่างๆผ่านการเขียนบล็อก การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย รวมถึงการรีวิวบนแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะบนไพรซ์ซ่าเองมีการรีวิวจากผู้ใช้งานถึง 43,135 รีวิว และจากการทำ A/B Testing ของไพรซ์ซ่า โดยทำการเปรียบเทียบสินค้าชนิดเดียวกันระหว่างสินค้าที่มีการรีวิวจากผู้ใช้งานจริง กับไม่มีการรีวิว พบว่า สินค้าที่มีการรีวิวนั้น มียอดการคลิกสินค้าสูงกว่าถึง 22.89% ดังนั้นเรามองว่าในปี 61 นี้ UGC จะยังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้มีประโยชน์ต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซในการที่จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์และต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อไป”
นอกจากนี้ ไพรซ์ซ่ายังมีแผนที่จะมุ่งพัฒนา Big Data เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งานไพรซ์ซ่า ในฐานะที่เป็น Shopping Search Engine เพื่อเพิ่มความสะดวก และง่ายต่อการค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรายงานผลสำหรับร้านค้า โดยมุ่งหวังที่จะสร้างระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ตามวิสัยทัศน์ขององค์กร
“ด้วยเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้นและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฎหมายและการสนับสนุนของภาครัฐผ่านนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามานำเสนอบริการและนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวก คือ มีความคุ้นชิน รู้สึกได้รับความสะดวกสบายและหันมาสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีส่วนในการเติบโตของไพรซ์ซ่าและอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยทั้งสิ้น เราคาดการณ์ว่า ในปี 2561 ไพรซ์ซ่าจะเติบโตขึ้นอีก 50% เป็น 187 ล้านเซสชั่นทั้งปี และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี 2561 จะมีฐานผู้ใช้บริการเฉลี่ยราวเดือนละ 18 ล้านคน” ธนาวัฒน์กล่าวสรุป