จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมค้าปลีกค้าส่งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต สามารถแบ่งได้เป็น 3 แถว แถวหนึ่งก็เป็น Modern Chain Store ซึ่งการรวมศูนย์การบริหารจัดการอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ซึ่งน่าจะมียอดขายเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง
ขณะที่แถว 2 จะเป็นค้าปลีกค้าส่งภูธร Provincial Modernized Chain Store ที่กำลังพัฒนาในต่างจังหวัด ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้นำค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดตัวเองเป็นหลัก มีสัดส่วนประมาณอยู่ราว 20% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่ง ส่วนที่เหลือเป็นค้าปลีกค้าส่งขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดย่อมที่มีราว 450,000 ราย มีสัดส่วนโดยรวมราว 53%-55%
ในมุมมองของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และนักวิชาการค้าปลีก มองว่า ปี 2565-2567 ยอดขายของร้านค้าปลีก Modern Chain Store หรือแถว 1 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 1.5-2.5% โดยจะมุ่งเน้นไปการ Transform ร้านค้าจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล แต่การขยายสาขากลับจะมุ่งเน้นไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก ส่วนยอดขาย ของร้านค้าปลีกภูธร Provincial Modernized Chain Store หรือแถว 2 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3.5-5.5% โดยทิศทางการ ขยายสาขาจะเริ่มออกสู่จังหวัดฐานที่ตั้งไปยังจังหวัดรอบข้างตามเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว และปัจจัยสนับสนุน อาทิ มาตรการ กระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ การขยายตัวของโครงการลงทุนภาครัฐ และปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่นๆ
“อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในประเทศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากคู่แข่งจากร้านค้าออนไลน์ (E-commerce) ทั้งแพลตฟอร์มในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีทิศทางเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้ประกอบการค้า ปลีกจะต้องเร่งปรับกลยุทธ์ และ Transform ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของ Digital Retail”