กลยุทธ์จองที่พักโดยตรง ดันรายได้โตต่อ
ยิ่งไปกว่านี้ กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้การตลาดและการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการจองที่พักโดยตรงด้วยตนเอง สนับสนุนให้บริษัทมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ในปีที่แล้วรายได้จากช่องทางจองที่พักโดยตรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากแพลตฟอร์มสำหรับการจองห้องพักของบริษัทถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ทำให้การจองห้องพักเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว สร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้กับแขกผู้เข้าพัก ในปีนี้บริษัทฯคาดว่ารายได้จากช่องทางดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 ในปีก่อนๆ โดยเฉลี่ย เป็นร้อยละ 30 ของรายได้รวมทั้งหมด
แผนการเติบโตชัดเจน มั่นใจโต 3 เท่า รั้งตำแหน่งผู้นำตลาด
นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการวางแผนการลงทุน 3 ปี และวางงบการลงทุนกว่า 7.3 พันล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และวางงบกว่า 2.8 พันล้านบาทเพื่อเสริมแกร่งกลยุทธ์หมุนเวียนและต่อยอดการลงทุน (Asset Rotation) ตลอดจนการลงทุนในการก่อสร้าง SO/Maldives ซึ่งมีแผนเปิดตัวโครงการในปี 2566 นอกจากนี้ยังวางงบลงทุนเพื่อซื้อและควบรวมกิจการ (Merger and acquisition) เพิ่มเติมอีก 4.5 พันล้านบาท
“ในอีก 3 ปีข้างหน้า เรามุ่งเดินหน้าพัฒนาและขยายธุรกิจในทุกรูปแบบเพื่อทำให้บริษัทเติบโตต่อไปในอนาคตหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เราจะยังคงรักษาพอร์ตโรงแรมของเราให้อยู่ในระดับสมดุลอยู่เสมอ โดยปลดล็อกทรัพย์สินที่เต็มมูลค่าแล้วเพื่อปรับปรุงทรัพย์สินในพอร์ตที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการปรับพอร์ตโรงแรมในสหราชอาณาจักรเป็นพอรต์แรก สำหรับแผนการลงทุนใหม่ เรามีแผนในการขยายธุรกิจผ่านการซื้อและควบรวมกิจการ โดยกำลังมองหาโรงแรมในแถบชายฝั่งทะเลเอเชียและแปซิฟิก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมหาสมุทรอินเดีย โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ประกอบการและบริหารธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเราเอง รวมทั้งจับมือกับพันธมิตรผู้ประกอบการโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติเพื่อขยายธุรกิจ ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถเติบโตเป็น 3 เท่าภายในปี 2567 อย่างแน่นอน” คุยเปอร์ กล่าว