บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้าสานต่อโครงการปลูกป่าบกและป่าชายเลนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ชุมชนได้แหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ช่วยกักเก็บคาร์บอน ตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมสร้างความตระหนักและดูแทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร โดยมุ่งมั่นสานต่อโครงการปลูกป่าบกและป่าชายเลนผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ“ซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” มีเป้าหมายปลูกป่าในพื้นที่เขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี 5,971 ไร่ ภายใต้แผน 5 ปี (ปี 2559-2563) โดยปี 2559 - 2560 ปลูกป่าไปแล้ว 3,191 ไร่ และสร้างฝายชะลอน้ำ 24 ฝาย เพื่อช่วยชะลอการไหลเวียนของน้ำและรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผืนดิน ซึ่งปีนี้เตรียมปลูกป่าในพื้นที่เขาพระยาเดินธงอีก 1,200 ไร่ เพาะต้นกล้าเพื่อปลูกซ่อมและปลูกเสริม 99,188 ต้น
ซีพีเอฟมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด โดยร่วมกับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) สำรวจผลทางกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อชุมชน โดยสำรวจ 5 ชุมชนในพื้นที่และชุมชนข้างเคียงรวมทั้งสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกในพื้นที่โครงการ ซึ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่
นอกจากนี้ เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” โดยจับมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ภาคประชาสังคมและชุมชน ซึ่งปีนี้ดำเนินโครงการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ป่าชายเลน 5 ปี (ปี 2557-2561) ปลูกป่าและอนุรักษ์ป่าชายเลนในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ จังหวัดชุมพร สมุทรสาคร ระยอง สงขลา และพังงา
ผลดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ป่าชายเลนระยะที่1 (ปี2557-2560) มีพื้นที่ปลูกป่าชายเลน ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกป่าใหม่ 295 ไร่ จากเป้าหมาย 370 ไร่ และพื้นที่อนุรักษ์ 2,273 ไร่ ช่วยคืนความสมดุลของระบบนิเวศ โดยปี 2561 ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าว ซีพีเอฟยังคงสนับสนุนงบประมาณเพื่อปลูกซ่อม กำจัดเพรียง กำจัดขยะ รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับชุมชนสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนโดยให้ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการตามความพร้อมและศักยภาพของชุมชนในพื้นที่
อภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ดูแลรับผิดชอบด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรวมทั้งป่าชายเลนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ทช.เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ทั้งการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ รวมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เข้ามาทำกิจกรรมปลูกป่าต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการติดตามดูแลและบำรุงรักษาพื่อให้ต้นไม้ที่ปลูกมีอัตราการรอดตายสูง และในระยะต่อไปเมื่อต้นกล้าเติบโตขึ้นก็จะช่วยในเรื่องของการกักเก็บคาร์บอน
“การที่ภาคเอกชนอย่างซีพีเอฟเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรวมทั้งป่าชายเลน เป็นเรื่องที่เป็นผลดีต่อพื้นที่และสอดรับกับนโยบายของทช. สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างจิตสำนึกในการร่วมช่วยกันดูแลทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในรูปแบบของประชารัฐ ซึ่งการปลูกป่าชายเลนเริ่มส่งผลที่เป็นรูปธรรมเล้วจากความหลากหลายทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกป่าให้แก่เยาวชน’’ ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ทช.กล่าว