5. Intelligent Packaging
นอกจากความสวยงาม สื่อสารจุดแข็งของแบรนด์ ส่งเสริมจุดเด่นของสินค้า และง่ายต่อการนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลแล้ว บรรจุภัณฑ์ยุคใหม่ต้องทำหน้าที่ที่หลายหลากมากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็น ช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับให้รู้แหล่งผลิต กระบวนการ หรือบอกคุณภาพความสดใหม่ ช่วยยืดอายุของสินค้า ลดการเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย ไปจนถึงลดการกัดกร่อนกำจัดก๊าซที่เกิดจากระบวนการขนส่งหรือจัดจำหน่าย ไปจนถึงบ่งชี้ความสดใหม่ เปลี่ยนสีเมื่อหมดอายุ โดยทำงานผ่านเซ็นเซอร์ (Sensors) ตัวบ่งชี้ (Indicators) และข้อมูล (Data Carriers) อย่างตัวบ่งชี้อุณหภูมิ-เวลา (TTIs) เป็นต้น ซึ่งการตรวจสอบย้อนกลับได้จะมีผลอย่างมากในการจัดการความยั่งยืนแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้บรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ถูกใช้แล้วหมุนเวียนกลับไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตได้อีกครั้ง
6. Packaging for UAV (Unmanned Aerial Vehicle)
ในปี 2021 Wing บริษัทโดรนของ Alphabet เผยสถิติว่ามียอดขนส่งของถึง 1 แสนครั้ง แต่ในปัจจุบัน Wing ได้ทำสถิติส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ ได้ถึง 2 แสนครั้งแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี นั่นเท่ากับว่า Wing มียอดบินโดรนส่งสินค้ามากกว่า 1,000 ครั้งต่อวัน หรือคิดเป็นการส่งดิลิเวอรี่ผ่านโดรน 1 ครั้งในทุก 25 วินาที โดรนเป็นหนึ่งในอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ที่น่าจับตามอง เป็นโซลูชันของการขนส่งสินค้าอัตโนโมัติ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในวงการโลจิสติกส์ มีความรวดเร็วในการขนส่ง แต่เมื่อวิธีการขนส่งเปลี่ยนแปลงไป ความท้าทายถัดมาก็คือวัสดุและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการขนส่งผ่านโดรน ที่มีโจทย์ต้องคำนึงถึง ทั้งในแง่ความแข็งแรง
น้ำหนัก และการป้องกันความเสี่ยงจากสภาพอากาศ เป็นต้น
7. Sustainability Pressure
ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม มนุษยธรรม และการกระจายรายได้ เป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป เพราะในอนาคตประเด็นเหล่านี้จะถูกหยิบยกมาตั้งคำถาม ทั้งจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น หรือจากนโยบายของประเทศคู่ค้า ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนกันตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ โดยนอกจาก SDGs: Sustainable Development Goals หรือ เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ที่พูดถึงการสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ สุขภาพ และการศึกษาแล้ว ในด้านสิ่งแวดล้อมยังมี EPR: Extended Producer Responsibility หรือ หลักการที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังช่วงต่าง ๆ ของวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ เป็นแนวทางให้ผู้ผลิตคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ กระจายสินค้า การรับคืน การเก็บรวบรวม การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการบำบัด EU Green Deal นโยบายของภูมิภาคยุโรปที่ตั้งกำแพงปิดกั้นการนำเข้าผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ไม่คำนึงถึงความยั่งยืนจากภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแรงกดดันจากทุกทิศทุกทางเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องหันกลับมาทำ Brand Audit เพื่อตรวจสอบแบรนด์ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกันอย่างหนักหน่วง เพื่อหาหนทางในการอยู่รอดของธุรกิจ