ZmyHome (ซีมายโฮม) สตาร์ตอัพในโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท batch 3 ซึ่งเป็นเว็บไซต์บ้าน คอนโด เจ้าของขายเอง อันดับ 1 ที่ช่วยให้ผู้ซื้อได้ซื้อบ้านตรงจากเจ้าของตัวจริงหรือเจ้าของโครงการ ประกาศรับเงินลงทุน 400,000 เหรียญสหรัฐ จากกองทุน KKFund เพื่อพัฒนาระบบและขยายตลาดให้ครบทุกทำเลทั่วประเทศไทย เผยหลังจากเปิดให้บริการ 2 ปี มีประกาศที่ขายหรือเช่าแล้ว 10,000 รายการ และเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อเดือน
ณัฐพล อัศว์วิเศษศิวะกุล ผู้ก่อตั้ง ZmyHome กล่าวว่า “เว็บไซต์ ZmyHome มีผู้เข้ามาลงประกาศในลักษณะเจ้าของบ้าน คอนโด ในรายบุคคล รวมทั้งเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการคอนโดและบ้านจำนวนมาก ที่ใช้บริการระบบนี้ เช่น แอลพีเอ็น ริชชี่เพลส ซีพีแลนด์ เรียลแอสเซท ชีวาทัย ดีเวล เป็นต้น โดยทุกรายสามารถขายทรัพย์สินได้จริง และมีมูลค่ารวมกันกว่าร้อยล้านบาท และจนถึงสิ้นปีนี้เจ้าของโครงการต่างๆ สามารถส่ง Pricelist และภาพถ่าย เพื่อให้ ZmyHome ช่วยลงประกาศให้ได้ฟรี ไม่จำกัดจำนวนและโครงการ
จุดแข็งของแพลตฟอร์ม ZmyHome คือช่วยให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านรายย่อย ขายได้เร็วขึ้น เพราะ 1) ZmyHome ช่วยแสดงให้เห็น ความต้องการที่แท้จริงของตลาด และ 2) ZmyHome ช่วยโปรโมททรัพย์สินที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้ขายสามารถศึกษาราคาของทรัพย์สินที่ขาย-เช่า สำเร็จบนเว็บไซต์ก่อนเริ่มลงประกาศ และหลังจากที่ลงประกาศแล้วเจ้าของบ้านจะได้รับแจ้งความเคลื่อนไหวสำคัญในโครงการเดียวกัน หรือในชุมชนรอบๆ ผ่านทางเฟซบุ๊กแมสเซ็นเจอร์ (FB Messenger) เช่น จำนวนคนสนใจโครงการที่คุณลงประกาศขายอยู่ ประกาศที่มีผู้สนใจซื้อในโครงการเดียวกัน ประกาศที่ขาย-เช่าสำเร็จในโครงการเดียวกัน เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือแบบนี้คล้ายกับเจ้าของทรัพย์สิน มีมืออาชีพช่วยแนะนำตลอดเวลา เพื่อช่วยให้ขายเช่าสำเร็จ
นอกจากนี้ ZmyHome ยังเป็นเว็บอสังหา แห่งแรกในประเทศไทย ที่เจ้าของบ้านหรือคอนโดที่รีบขาย หรือรีบเช่า สามารถโปรโมทตรงถึงผู้ซื้อที่มีแผนจะซื้อบ้าน หรือเช่า ภายใน 3 เดือนรอบๆ โครงการ โดยคิดค่าบริการตามจริงที่จากลูกค้าเห็นโฆษณาเท่านั้น โดยในปีที่ผ่านมาเว็บไซท์ก็มี Developer มาใช้บริการจำนวนมากด้วยเช่นกัน โดย 1 ในนั้นคือ LPN ซึ่งสามารถปิดยอดขายได้จริงผ่าน ZmyHome กว่า 100 ล้านบาท และในปี 2561 นี้ก็ตั้งเป้าที่จะปิดยอดขาย 300 ล้านบาท จาก ZmyHome
โคอิชิ ไซโตะ (Koichi Saito) ผู้ก่อตั้ง KK Fund กล่าวว่า “ KKFund เลือกลงทุนใน ZmyHome เพราะเห็นโอกาสของตลาดอสังหาในเอเชียตะวันออกเฉียงที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งต้องการแพลตฟอร์มที่ข้อมูลถูกต้อง เพื่อช่วยให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเหมือนประเทศพัฒนาแล้วที่สามารถขายหรือซื้อสำเร็จในเวลาเพียง 1-3เดือน ซึ่งทีมผู้ก่อตั้ง ZmyHome มีเข้าใจโครงสร้างของปัญหานี้เป็นอย่างดี และทุ่มเทตลอดมาที่จะทำให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย ซื้อขายสำเร็จได้ตามต้องการ นายโคอิชิ เสริมว่า“แม้ว่ากลไกต่างๆ ของตลาดไทยจะยังไม่พร้อมเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นได้จากการผลักดันของภาครัฐ และองค์กรวิชาชีพต่างๆ แต่ ZmyHomeได้พยายามสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน แพลตฟอร์ม อื่นๆ เพื่อช่วยให้ซื้อขาย สำเร็จ และเว็บไซต์ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเว็บมีการถูกเปิดดูกว่า 1,000,000 ครั้ง/เดือน”
การลงทุนใน ZmyHome ครั้งนี้ จะเป็นการสร้างพันธมิตรด้าน แพลตฟอร์มอสังหาฯที่แข็งแกร่งใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก KK Fund ได้มีการลงทุนPlatform ด้านอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ และ ZmyHome เป็น แพลตฟอร์มเดียวในไทยที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด