ร่วม 20 ปีที่ยักษ์ค้าปลีกจากสหราชอาณาจักรอย่างกลุ่ม Tesco ก้าวข้ามพรมแดนเข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกในบ้านเรา มีการพัฒนารูปแบบการรุกตลาดออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผุดเซ็กเม้นต์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ เพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของคนไทย หรือการนำเสนอประสบการณ์ในการช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งนอกจากรูปแบบร้านค้าปลีกใหม่ๆ แล้ว สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ถูกใส่เข้ามาใน “Tesco Model” เพื่อการรุกตลาดในแดนสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ จนทำให้สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ จากที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้า Low Quality ไม่ค่อยได้รับการยอมรับ มาวันนี้ เฮ้าส์แบรนด์ กำลังสร้างภาพลักษณ์ให้ออกมาเป็น High Image-Low Price
การยกระดับภาพลักษณ์ดังกล่าว กำลังเป็นทิศทางของ 2 ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตที่กำลังเดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่ในจุดดังกล่าว แน่นอนว่า นอกจากเรื่องของการนำเสนอสินค้าที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภคแล้ว ยังมีเรื่องของสโตร์ฟอร์แมตที่วันนี้ทั้งบิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส ต่างมีฟอร์แมตสโตร์ในรูปแบบของ “เอ็กซ์ตร้า” ซึ่งเป็นสโตร์ที่จับกลุ่มผู้บริโภคระดับบน
กล่าวสำหรับเทสโก้ โลตัสแล้ว รูปแบบของสโตร์ หรือสโตร์ฟอร์แมต เข้ามามีส่วนต่อความสำเร็จในการทำตลาดของผู้เล่นรายนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างรูปแบบของร้านค้าปลีกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของตลาด และข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายผังเมืองแล้ว สโตร์ฟอร์แมต ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนักช้อปที่มีความหลากหลายในเรื่องของพฤติกรรมการช้อป
ปัจจุบันเทสโก้ โลตัสมีฟอร์แมตของสโตร์อยู่ 6 รูปแบบ ไล่ตั้งแต่
1.ไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นสโตร์ขนาดใหญ่มีพื้นที่ขายระดับ 10,000 ตารางเมตร มีสินค้ามากกว่า 30,000 รายการ ฟอร์แมตในรูปแบบนี้ปัจจุบันมีจำนวนสาขาอยู่ที่ประมาณ 126 สาขา
2.เอ็กซ์ตร้า สโตร์ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ขายตั้งแต่ 8,000 – 15,000 ตารางเมตร นำเสนอสินค้ากว่า 35,000 รายการ สินค้าส่วนหนึ่งจะเป็นสินค้านำเข้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับบนกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป มีสาขาประมาณ 12 สาขาทั่วประเทศ
3.ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ มีพื้นที่ขาย 8,000 – 12,000 ตารางเมตร สินค้ากว่า 36,000 รายการ ครอบคลุมทุกแผนก แบ่งเป็นโซนพลาซ่าและความบันเทิงต่างๆ พร้อมพื้นที่พิเศษ เช่น โฮมโปร มีสาขาในกรุงเทพฯ และจังหวัดขนาดใหญ่ สโตร์ในรูปแบบนี้มีสาขาอยู่ประมาณ 58 สาขา
4.ตลาดโลตัส เป็นฟอร์แมตสโตร์ในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ต มีพื้นที่ขาย 600 – 1,200 ตารางเมตร ขยายเข้าไปในชุมชน รวมถึงอำเภอต่างๆ ในต่างจังหวัด มีสินค้ากว่า 4,500 รายการ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ประมาณ 194 สาขา
5.เอ็กซ์เพรส เป็นฟอร์แมตในรูปแบบของร้านสะดวกซื้อ มีสินค้ากว่า 2,600 รายการ สาขากระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตามอำเภอต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด และสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ บางแห่งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก มีสาขาประมาณ 1,557 สาขา
6.ช้อปปิ้ง ออนไลน์ เป็นช่องทางขายที่เข้ามาช่วยให้ลูกค้าสามารถช้อปปิ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยมี 2 แพล็ตฟอร์ม ทั้งผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง และผ่านเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังอย่างลาซาด้า