วิสาชิณี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในด้านการตลาดหลังจากผลิตภัณฑ์ได้วางจำหน่ายสู่ท้องตลาดในประเทศไทย ก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง และในปี 2561 ผู้ผลิตมีแผนที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดต่างประเทศ และมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากต่างประเทศ
“ผลิตภัณฑ์ของเราควบคุมการผลิตตั้งแต่วัสดุดิบ คือ เลือด เพราะเรามีฟาร์มเป็นของตนเอง จนกระทั่งการบรรจุที่มีมาตรฐาน และจัดจำหน่ายสู่ท้องตลาด เพราะฉะนั้นเรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของเรายังเป็นของใหม่ในตลาดสุขภาพ เราจึงมั่นใจว่าตลาดต่างประเทศน่าจะให้ความสนใจ และตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งนี่จะกลายเป็นการประกาศให้โลกรับรู้ถึงความสามารถในด้านการวิจัย และนวัตกรรมของคนไทยได้เป็นอย่างดี” วิสาชิณี กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าจากต่างประเทศอีกว่า ในช่วงแรกที่นำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่าย มีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยสูงถึงร้อยละ 90 ของยอดขาย ต่อมาเมื่อมีกลุ่มทัวร์ต่างประเทศติดต่อขอซื้อผลิตภัณฑ์เข้ามา ทำให้ในระยะเวลา 2 ปี สัดส่วนลูกค้าชาวต่างประเทศพุ่งสูงถึงร้อยละ 80 ของยอดขายเลยทีเดียว โดยปัจจุบันลูกค้าต่างประเทศรายใหญ่คือประเทศจีน และนอกจากนี้ แบรนด์วานิไทยยังได้เตรียมส่งออกผลิตภัณฑ์ในอีกหลายๆ ประเทศรอบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, สหรัฐอเมริกาและเยอรมนีอีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2561 นี้ “วานิไทย” ได้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น และเตรียมเพิ่มช่องทางการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาให้แบรนด์ก้าวทันตลาดโลกในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่ครอบคลุม สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย รวมถึงเคเบิ้ลทีวีและวิทยุกระจายเสียง เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าต่างจังหวัดได้ แสดงให้เห็นว่านอกเหนือจากแผนส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ต่างประเทศแล้ว วานิไทยก็ยังใส่ใจและพยายามเข้าถึงลูกค้าชาวไทยด้วย