คุณประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ที่กำลังเข้าสู่ปีที่ 16 นั้น เคอรี่ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วน ด้วยการวางมาตรฐานความเร็วในการจัดส่งภายในวันเดียวและถึงมือผู้รับแน่นอน ด้วยความรวดเร็วประกอบกับมาตรฐานการให้บริการได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ Top of Mind ในเวลาไม่นาน
“เหตุผลที่ทำให้เคอรี่ยืนอยู่ในธุรกิจนี้อย่างแข็งแกร่งได้ เกิดจากการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้การออกสินค้าและบริการในแต่ละครั้งได้รับผลตอบรับที่ดี เพราะตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด ประกอบกับเราได้จัดส่งพัสดุทั่วไทยด้วยความรวดเร็วและแน่นอน และบางพื้นที่เป็นการจัดส่งแบบ Same Day Delivery ซึ่งปัจุจบัน เคอรี่มีจุดรับพัสดุครอบคลุมมากกว่า 31,000 แห่งทั่วประเทศไทย”
ผู้บริหารเคอรี่ ยังบอกอีกว่า เคอรี่ยังคงนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตลาดนี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยในส่วนของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นธุรกิจหลักจะมุ่งเน้นมาตรฐานการให้บริการและความรวดเร็วในการจัดส่งพัสดุครอบคลุมทั่วไทย ที่สำคัญยังนำประสบการณ์ด้านส่งพัสดุกว่า 16 ปีมาต่อยอด เป็นบริการใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครให้บริการมาก่อนมาสู่ผู้บริโภคด้วย
อย่างที่ผ่านมา เคอรี่จับมือกับ “เบทาโกร” ลงทุนธุรกิจขนส่งสินค้าด้วยแพลตฟอร์มควบคุมอุณหภูมิ (Cold Delivery Platform) แบรนด์ Kerry Cool โดยรถขนส่งเย็นของเคอรี่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลของรถทุกคันผ่านระบบดาวเทียมซึ่งทำให้ทราบถึงสถานะการขนส่งแบบเรียลไทม์ และคงอุณหภูมิที่แน่นอนตลอดเส้นทาง ถือเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่เคอรี่พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าและสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในตลาด
ร่วมทุนกับ Central Retail หรือ CRC จัดตั้งบริษัทลงทุนในธุรกิจขนส่ง แบรนด์ “Kerry XL” จัดส่งของชิ้นใหญ่ มอบประสบการณ์ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในราคาที่จับต้องได้ โดยผู้ใช้บริการ Kerry XL จะยังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจาก Kerry เช่น การสะสมคะแนน บริการเก็บเงินปลายทาง ประกันพัสดุไปจนถึงบริการประกอบสินค้า ติดตั้ง และการเปลี่ยนสินค้าได้อีกด้วย บริการนี้จะทำให้ลูกค้าทุกคนที่สั่งสินค้าขนาดใหญ่ จะได้รับสินค้าในเวลาที่รวดเร็วขึ้น และมีระบบที่ตรวจสอบสถานะระหว่างทางได้ และจะช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่วมมือกับ Grab Thailand ให้บริการเข้ารับพัสดุหน้าบ้าน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ เช่น สำหรับผู้ใช้งานที่แพ็กพัสดุเสร็จแล้วต้องการส่งเลยทันที หรือมีข้อจำกัดเรื่องของเวลา สามารถเลือกใช้บริการเข้ารับพัสดุทันที (Instant Pickup) พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บจะเข้ามารับพัสดุภายใน 15 นาที หรือผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มีรอบในการจัดส่งพัสดุที่แน่นอนอยู่แล้วก็สามารถใช้บริการเข้ารับพัสดุตามรอบ (Express Pickup) พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บจะเข้ามารับพัสดุทุกชั่วโมง ซึ่งทั้ง 2 บริการนี้ พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บจะกดรับงานเพื่อเข้ามารับสินค้าและนำพัสดุไปส่งยังเคอรี่ เอ็กซ์เพรส พาร์เซล ช็อป สาขาที่ใกล้ที่สุด โดยคิดราคาค่าจัดส่งพัสดุตามราคาหน้าสาขา ไม่มีบวกเพิ่ม
ล่าสุด ได้มีการพัฒนา “Kerry Wallet” โดยความร่วมมือของสบายกรุ๊ป ซึ่งได้เข้ามาช่วยพัฒนาระบบร่วมกัน (Kerry Wallet) เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โซเชียลคอมเมิร์ซ ในประเทศไทยที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมขยายมูลค่าเพิ่มเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของ ผู้ซื้อขายสินค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น ที่สามารถรองรับการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อโอกาสและความเติบโตทางธุรกิจของลูกค้า และยังตั้งเป้าเป็นกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสำหรับทุกคนไม่เพียงแค่ลูกค้าเคอรี่ฯเท่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างและตอบโจทย์ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ในยุค Digital และ Cashless Society