คุณจันต์สุดา กล่าวถึงเบื้องหลังการสร้างกิมมิคต่างๆ ที่ไม่เหมือนใครว่าล้วนมาจากจุดเริ่มต้นของการโฟกัสที่ความต้องการของคนใน Ecosystem ของแกร็บ ที่ประกอบไปด้วยผู้บริโภค พาร์ทเนอร์ คนขับ และร้านค้า
“ภารกิจของเราไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีมาเชื่อมโยงให้อุปสงค์กับอุปทานให้มาเจอกัน แต่ผู้คนใน Ecosystem ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย โดยผู้บริโภคที่อยู่ในฝั่งอุปสงค์ต้องมีความสะดวกสบาย มีทางเลือกที่หลากหลาย ส่วนฝั่งอุปทานอย่างคนขับและร้านค้าต้องมีรายได้ที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Heat Map แจ้งพิกัดความหนาแน่นของออร์เดอร์ให้กับคนขับซึ่งช่วยให้คนขับมีรายได้เพิ่มขึ้น มอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันอุบัติเหตุ และวงเงินสินเชื่อให้กับพี่ๆ คนขับ ในขณะที่ร้านค้า เรานำดาต้ามาวิเคราะห์ต่อยอดไปสู่ GrabKitchen ชวนร้านค้ามาเปิดในพื้นที่ที่มีความต้องการหนาแน่นแต่ยังไม่มีหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าได้ทานของอร่อยใกล้ๆ ส่วนร้านค้าก็ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น และยังนำดาต้ามารายงานสินค้าขายดี เพื่อให้ร้านค้าบริหารสต๊อกและจัดการกระแสเงินสด”
ในส่วนของแผนการตลาดปีนี้ คุณจันต์สุดา กล่าวว่า ยังคงโฟกัสคุณภาพร้านอาหาร บริการ และความหลากหลายของอาหาร แต่จะปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปิดเมืองและพฤติกรรมการใช้ชีวิตนอกบ้านที่เพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้เพิ่มฟีเจอร์ Self Pick-up หรือรับของเอง ช่วยเรื่องความสะดวกสบายสำหรับคนที่ไม่อยากรอคิวร้านอาหารก็สามารถสั่งเมนูล่วงหน้าเพื่อแวะรับเองที่ร้านได้เลย ส่วน GrabMart นั้นได้เพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ สอดรับกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เปลี่ยนไป เช่น เพิ่มสินค้าชุดตรวจ ATK ในร้านขายยา หรือผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมีจากร้านค้าออร์แกนิกส์ เป็นต้น
“Grab มีหลายธุรกิจ ทั้งการเดินทาง ฟู้ดดิลิเวอรี่ และรับ-ส่งสินค้า แน่นอนว่าในช่วงเปิดเมืองจะเห็นธุรกิจเดินทางเติบโตขึ้น ซึ่งเราเตรียมแผนสำหรับธุรกิจขนส่งให้สมดุลไปกับ Local Demand และ Tourist Demand ส่วนธุรกิจสั่งอาหารอาจจะชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงล็อกดาวน์ แต่โดยรวมยังคงเติบโตอยู่ เพราะผู้บริโภคคุ้นชินกับการสั่งอาหารผ่านแอปไปแล้ว ดังนั้นปีนี้เรามีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังอำเภอหรือเมืองรองต่างๆ รวมถึงคัดสรรและนำเสนอร้านอาหารท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ ไม่ได้มีแต่ร้านอาหารขึ้นห้างอย่างเดียว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างโอกาสเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าด้วย”
ที่สำคัญในฐานะผู้นำด้านแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่ GrabFood ไม่เคยหยุดที่จะสร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเอาใจ ผู้ใช้บริการควบคู่ไปกับการพัฒนาปรับปรุงแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของบริการตลอด 365 วัน