“สมัยก่อนลูกค้าสำนักงาน สินค้าที่ต้องการจะเป็นสินค้าที่ซื้อซ้ำเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับลูกค้า SME จะมีความต้องการที่ต่างกันมาก เราจึงต้องปรับตัวตามความต้องการ ตัวอย่าง เช่น ถ้าลูกค้าต้องการเปิดร้านกาแฟ หมายความว่าเราต้องมีสินค้าที่เกี่ยวข้องมารองรับ อาทิ ตู้เย็น ตู้แช่ ถ้วยกาแฟ ไปจนถึงระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเก็บเงินและบริหารร้าน”
หลายคนอาจจะมองว่า การขยายตลาดครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ยาก แต่อย่าลืมว่า OfficeMate นั้นอยู่ใต้หลังคาของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีเน็ตเวิร์คและไลน์สินค้าที่ครบทุกอย่าง ดังนั้นการหาสินค้าที่ Office ยังไม่มีคงไม่ใช่เรื่องยาก
ทางด้าน วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจออฟฟิศเมท กล่าวว่า ยอดขายของ OfficeMate มีการเติบโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ายอดขาย 7,500 ล้านบาท และจากการขยายกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ จะทำให้ OfficeMate สามารถทำยอดขายแตะเพดาน 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2563
“ในปีนี้จะมี Brand Campaign ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ OfficeMate คู่หู SME ไทย โตได้ไม่สะดุด เพื่อตอกย้ำให้ OfficeMate เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจของกลุ่มนักธุรกิจ องค์กร และ SME ทั่วประเทศ”
โดย OfficeMate จะมีการเพิ่มไลน์สินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น กลุ่มสินค้านวัตกรรมทางธุรกิจ เช่น เครื่องบันทึกเงินสด เครื่องพิมพ์และสแกนบาร์โค้ด และเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น เพื่อเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจทุกประเภทในปีนี้
ในส่วนของช่องทางการขายเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ OfficeMate จะยังคงเน้นการพัฒนาในรูปแบบ Omni-Channel ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่จะให้ความสำคัญกับช่องทาง Online และ Mobile Application เป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็นกลุ่มที่เข้าใจและยอมรับการซื้อสินค้าผ่านเทคโนโลยีนั่นเอง
พบว่ายอดขาย Online ในปัจจุบันของ OfficeMate นั้นมาจาก Mobile Application ถึง 20% แล้ว
ในปีที่ผ่านมา OfficeMate มียอดขายผ่านช่องทาง Online สูงขึ้นถึง 30% และคาดว่าในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ถึง 50% จากการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ปัจจุบัน OfficeMate มีการขายสินค้าผ่าน 4 ช่องทางได้แก่
1.การซื้อผ่านร้านค้า (Store) ที่มีกว่า 70 สาขา
2.การซื้อผ่านช่องทาง Online ผ่าน www.officemate.co.th
3.การซื้อผ่านระบบโทรศัพท์ Call Center
4.OfficeMate Mobile Application
ในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทในเครือ COL มีรายได้รวมทั้งสิ้น 11,000 ล้านบาท เติบโต 9% อันเป็นผลมาจากการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ในการบริหารและดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มปริมาณสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าและธุรกิจกลุ่มต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร
ส่วนในปีนี้ทาง COL ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไว้ที่ 10% หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่น่าจะยากเกินไปนัก