“สิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาเรียกว่าเป็น Light Recipe หรือสูตรแสง โดยการใช้แสงให้เหมาะสม เพื่อให้ได้พืชผักเติบโตได้ดี ให้ไก่แข็งแรง เร่งเนื้อ เร่งโต ออกไข่ตามต้องการ และการเพิ่มผลผลิตกุ้ง เราสามารถกำหนดจำนวนผลผลิตได้ตามความต้องการ ทั้งหมดจะนำมาซึ่ง Productivity และ Profit ที่มากขึ้นให้กับผู้ประกอบการ”
นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของ Philips ที่มีต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก ตามเป้าหมาย UN SDGs (United Nations Sustainable Development Goals)
ที่ขาดไม่ได้คือเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยระบบแสงไฟอัจฉริยะเปิด-ปิดเองอัตโนมัติ โดยการใช้สินค้าประเภทโคมไฟโซล่าร์เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ผนวกกับระบบ IoT ช่วยลดการปล่อยก๊าซ Carbon ซึ่งเป็นปัญหาหลักว่าด้วยเรื่องของโลกร้อนที่ทุกคนตระหนักและเผชิญในปัจจุบัน นอกจากนี้ Philips ยังมีโคมไฟโซล่าร์เซลล์เพื่อตอบโจทย์การใช้งานตามบ้านเรือน ช่วยผู้บริโภคชาวไทยลดค่าไฟและรักษ์โลกไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
“เราเชื่อมั่นว่าด้วยเทคโนโลยีด้านแสงทั้งหมดของ Philips ที่พัฒนาขึ้นจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นและโลกน่าอยู่ สอดคล้องตามแนวคิด “Brighter Lives, Better World” ที่ Philips ยืดถือมาตลอดอย่างยาวนาน” คุณจาร์กันนาธาน กล่าวทิ้งท้าย