ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ใครๆ ต่างอยากออกไปเจอโลกด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ด้วยเสื้อผ้าที่สะท้อนความใส่ใจของผู้สวมใส่ แต่ “การรีดผ้า” กลับไม่ได้รับการใส่ใจในระดับเดียวกัน หลายคนคิดว่าเตารีดแบบไหนก็เหมือนกัน กระทั่งใช้งานบ่อยครั้งเริ่มเห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ อย่างการปรับอุณหภูมิ ความปลอดภัยต่อเนื้อผ้า หรือน้ำหนักของเตารีด ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์การรีดผ้ามากกว่าที่คิด ผู้บริโภคจึงเริ่มมองหาเตารีดที่รีดเรียบได้ง่าย รีดผ้าได้เร็ว โดยไม่ต้องแลกกับการขึ้นเงาและรอยไหม้บนเสื้อผ้า
แบรนด์ที่สามารถตอบรับความต้องการนั้นได้ คือ “PHILIPS” ผู้เปลี่ยนงานบ้านให้กลายเป็นงานง่าย ด้วยเทคโนโลยีที่ยกระดับประสบการณ์การรีดผ้าอย่างแท้จริง และการออกแบบที่รองรับทุกการใช้งาน ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่านรางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเตารีด
โจทย์สำคัญของการพัฒนาเตารีด PHILIPS เริ่มจากปัญหาเบสิกของการใช้เตารีดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้รีดผ้าได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าผ้าจะไหม้ จึงกลายเป็นที่มาของเทคโนโลยี OptimalTemp ที่ตัดปัญหาการแยกประเภทผ้าก่อนรีด ผู้ใช้จึงสามารถรีดผ้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าแบบไหน โดยไม่ต้องปรับอุณหภูมิไปมา และไร้กังวลเรื่องรอยไหม้

เมื่อ PHILIPS แก้ Pain Point พื้นฐานของการรีดผ้าได้แล้ว แบรนด์จึงต่อยอดด้วยการนำ AI เข้ามาดูแลการรีด ผ่านเทคโนโลยี ActiveSense ด้วยกล้อง AI ที่เรียนรู้จากตัวอย่างเนื้อผ้ามากกว่า 25,000 ภาพ และปรับอุณหภูมิพร้อมไอน้ำให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าแบบเรียลไทม์ การันตีผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนากว่า 7 ปีของ PHILIPS
เทคโนโลยีของ PHILIPS ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความล้ำสมัย แต่ยังถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม อาทิ ครอบครัวใหญ่ที่ต้องการความรวดเร็วในการรีดผ้าปริมาณมาก กับรุ่น PerfectCare ที่โดดเด่นด้าน แรงดันไอน้ำสูง ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด กับรุ่น All-in-One ที่มาพร้อมกับโต๊ะรองรีดที่ปรับได้หลายมุม หรือไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ต้องการความคล่องตัว ด้วยเตารีดไอน้ำแบบพกพาที่พร้อมใช้งานภายใน 30 วินาที และอื่นๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว PHILIPS จึงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้ในทุก Touchpoint เพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์ที่ชัดเจน และสื่อสารจุดแข็งที่ตั้งใจย้ำมาตลอดว่า เตารีดของ PHILIPS นั้น No Burn Guarantee #การันตีไม่มีผ้าไหม้ ความมั่นใจนี้จึงถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโลกออนไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
หนึ่งในแคมเปญที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว คือการเปิดตัวเตารีด AI ของ PHILIPS เมื่อปีที่ผ่านมา ที่ถ่ายทอดนวัตกรรมเตารีดผ่านมิติของอารมณ์และการใช้งานจริง ทั้งความยุ่งยาก ความน่าเบื่อของการรีดผ้า และความกังวลเรื่องผ้าไหม้

“PHILIPS ทำให้กิจกรรมรีดผ้าในพื้นที่ห้างกลายเป็นมากกว่าการสาธิตสินค้า ด้วยการเพิ่มความสนุกผ่านการแข่งขันรีดผ้าเล็กๆ ที่ช่วยเปลี่ยนภาพจำของงานบ้านให้ดูเบาลง มีโชว์รูมขนาดย่อมให้ผู้บริโภคได้ดูว่าเตารีดรุ่นไหนเหมาะกับความต้องการของบ้านหรือคอนโดของตัวเองมากที่สุด เพื่อช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องง่ายขึ้น จากประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง พร้อมเสริมด้วย KOLs ที่ชาว TikTok คุ้นเคยอย่าง ‘โสมสุ มาทำไม’ ซึ่งช่วยรีวิวเตารีด AI ในแบบเรียลๆ เข้าใจง่าย และเห็นภาพการใช้งานได้ทันที” คุณภัณฑิรา ตรงชูเกียรติ Consumer Marketing แบรนด์ Philips บริษัท เวอร์ซุนิ (ประเทศไทย) กล่าว
แม้ PHILIPS จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงในตลาดเตารีด แต่ก็ยังปรับวิธีเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการเชื่อมโลกของงานบ้านเข้ากับโลกแฟชั่น ผ่านการร่วมมือกับแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคยอย่าง lookbooklookbook, Calvin Klein และแบรนด์อื่นๆ เพื่อพาเตารีดไปอยู่ในไลฟ์สไตล์จริง ทำให้การรีดผ้าไม่ใช่แค่ขั้นตอนก่อนออกจากบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นใจในแต่ละวัน
ทั้งหมดนี้ คือการเดินทางของ PHILIPS แบรนด์ที่เติบโตมากับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน พร้อมขยับวิธีการสื่อสารและประสบการณ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป “เพราะ PHILIPS ไม่ได้อยากถูกจดจำเพียงในฐานะแบรนด์เตารีด แต่ต้องการเป็น “ผู้ช่วยที่รู้ใจ” เป็นผู้ตรวจสอบความเรียบร้อยในแต่ละวันที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมประสบการณ์ของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้คนมีเวลาไปใช้กับสิ่งที่ตัวเองรัก” คุณภัณฑิรา กล่าวส่งท้าย