กว่าทศวรรษแล้วที่บรรดาแบรนด์ Fast Fashion เข้ามาเขย่าให้ตลาดแฟชั่นของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนทุกวันนี้แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นได้รับความนิยมในทั่วทุกมุมโลกไปแล้ว
แน่นอน ความดีความชอบส่วนหนึ่งคงต้องยกให้แบรนด์ ZARA ที่วันนี้ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดฟาสต์แฟชั่นของโลกไปแล้ว เราลองมาดูกันว่า เบื้องหลังของความสำเร็จมีอะไรบ้าง
ZARA : Fast Sell
การวางขายสินค้าโดยไม่อิงเรื่องฤดูกาล แต่พยายามขยาย Shelves Life ให้สินค้าสามารถวางขายได้นานขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างยอดขายของ UNIQLO ซึ่งตรงข้ามกับแบรนด์คู่แข่งขันในกลุ่ม Fast Fashion อย่าง ZARA โดยสิ้นเชิง
กล่าวได้ว่า กลยุทธ์ที่ ZARA ใช้ในไทย และตลาดทั่วโลก ไม่ใช่ทั้ง Hard Sell หรือ Soft Sell แต่เป็น Fast Sell
จุดขายเรื่องแฟชั่นตามสูตรสำเร็จของ ZARA นั้นไม่ซับซ้อนแต่อย่างใด นั่นคือ การ Reproduce เทรนด์ล่าสุดจากรันเวย์ ระบบการจัดส่งสต๊อกสินค้าที่รวดเร็ว และระดับราคาที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า “ซื้อได้ขำขำ”
ทั้งนี้ การขยายสาขาสู่ประเทศไทยของ ZARA เมื่อปี 2550 เกิดขึ้นโดยการนำเข้าของบริษัทยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์อย่าง RSH Limited ยังเดินตามสูตรสำเร็จดังกล่าว ทำให้บรรดา Local Brand ในไทยต่างต้องหาทางรับมือกับทิศทางการดำเนินธุรกิจแบบ Fast Sell ของ ZARA
หนึ่งในไม้เด็ดของ ZARA คือ การสร้างความถี่ให้กับสินค้าในกลุ่ม New Arrival และมีสินค้าคงคลังในปริมาณต่ำ ทำให้ลูกค้าต้องคอยแวะเวียนมาที่สาขา เพื่อชื่นชมกับสินค้าในคอลเลคชั่นใหม่ พร้อมทั้งต้องตัดสินใจซื้อทันที ด้วยบรรยากาศการขยายที่ ZARA สร้างขึ้นมานั่นคือ “หากคุณไม่ซื้อภายในวันนี้ ในอีก 2-3 วันต่อมา คุณอาจไม่พบสินค้าไอเทมนั้นแล้ว
สำหรับความเป็นไปได้ทางการตลาดในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ นับว่า ZARA มี Period ที่สั้นกว่าแบรนด์อื่นก็จริง แต่นั่นมาจากการ Sketch แบบเสื้อผ้ามากกว่า 40,000 ดีไซน์ต่อปี ทว่าถูกนำมาผลิตจริงแค่ 10,000 ดีไซน์เท่านั้น เพราะ ZARA จะเน้นสินค้าที่สามารถขายได้จริง โดยวัดจาก Feedback ที่เกิดขึ้นในแต่ละสาขา ผนวกกับการมีสินค้าคงคลังในปริมาณไม่มาก ทำให้การบริหารสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเป็นจริง