เป็นครั้งแรกที่ Facebook เครื่องจักรทำเงินของบริษัท Meta มีปัญหาเรื่องรายได้ เพราะมีรายงานว่ารายได้ของ Facebook ลดลงเป็นครั้งแรก หลังจากที่รายได้ของ Facebook มีแต่เพิ่มขึ้นมาเป็นเวลายาวนานนับทศวรรษโดยไม่หยุดพัก
มีรายงานว่า รายได้ของ Facebook ในไตรมาสที่สอง 2022 ลดลง 1% ลงมาอยู่ที่ 28.8 พันล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกที่รายได้ของ Facebook ลดลงนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 18 ปีที่แล้ว และ Facebook ยังคาดการณ์ว่า การเติบโตในไตรมาสที่ 3 อาจลดลงมากกว่านี้อีก
ขณะเดียวกัน ผลกำไรโดยรวมของบริษัทแม่ Meta ก็ลดลงมากถึง 36% ลงมาอยู่ที่ 6.7 พันล้านดอลลาร์ และในส่วนของแผนก Reality Labs ที่รับผิดชอบในการสร้างโลก Metaverse ของ Mark Zuckerberg ก็สูญเสียไป 2.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้
สาเหตุหนึ่งของรายได้ที่ลดลงของ Facebook ก็น่าจะมาจากการแจ้งว่า "Ask app not to track" ของ Apple บน iPhone ที่เป็นการป้องกัน ไม่ให้โฆษณาจากแอปติดตามผู้ใช้สมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเห็นโฆษณาน้อยลงเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ส่งผลให้การลงโฆษณา มีประสิทธิภาพน้อยลงมาก
ปีที่แล้ว Meta ทำรายได้จากโฆษณา 10 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ยังทำให้ผู้ลงโฆษณาต้องถอนตัว จากการใช้จ่ายเงินเพื่อโฆษณา
ในขณะเดียวกัน ในความพยายามที่จะแข่งขันกับ TikTok ทำให้ Meta กำลังปรับปรุง Facebook และ Instagram ใหม่ เน้นที่วิดีโอสั้น และโพสต์ที่ระบบแนะนำแก่ผู้คน
ในการพูดคุยกับบรรดานักวิเคราะห์ Mark Zuckerberg ได้กล่าวว่า เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาที่ผู้คนเห็นใน Facebook และ Instagram ที่มาจากบัญชีที่พวกเขาไม่ติดตามจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปีหน้า ซึ่งการสร้าง AI ที่มีศักยภาพในการที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้นั้น "เป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูง"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้ของ Meta จะลดลง แต่ก็สามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้รายวัน (Daily Users) ของ Facebook ขึ้นได้ถึง 3% เป็น 1.97 พันล้านคน หลังจากที่เมื่อสองไตรมาสที่แล้วจำนวนผู้ใช้รายวันลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
Meta ยังได้รายงานว่าขณะนี้มีผู้ใช้ (Users) 2.88 พันล้านคน ใช้แอปโซเชียลทุกแอปของ Meta ได้แก่ Facebook, Messenger, Instagram และ WhatsApp ทุกวัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% จากปีที่แล้ว
Mark Zuckerberg กล่าวว่า บริษัทได้เห็น “แนวโน้มการมีส่วนร่วม” ที่ “แข็งแกร่งกว่าที่เราคาดไว้” บน Facebook โดยส่วนใหญ่เป็นผลมา จากการบริโภควิดีโอที่เพิ่มขึ้น
เขากล่าวว่า ฟีเจอร์ Reels ซึ่งเป็นรูปแบบวิดีโอแบบสั้นของบริษัทที่มุ่งแข่งขันกับ TikTok กำลังสร้างรายได้เร็วกว่าฟีเจอร์ Stories และบริษัท คาดว่า Reels จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ แต่สำหรับตอนนี้ บริษัทกำลังจัดลำดับความสำคัญของ Reels และยังไม่ได้ทำเงินมากมาย จากพวกมัน
Zuckerberg ยังได้กล่าวกับบรรดานักวิเคราะห์ในการรายงานเรื่องรายได้ว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ต้องการความเอาจริงเอาจังมากขึ้น และ ผมคาดว่า เราจะทำงานให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง”
คำกล่าวนี้ สะท้อนความคิดเห็นที่เขาเพิ่งบอกกับพนักงานเกี่ยวกับการลดต้นทุน “ผมคิดว่าเรากำลังจะผ่านช่วงเวลานี้สู่การเป็นองค์กรที่ แข็งแกร่ง และมีระเบียบวินัยมากขึ้น”
Cr : THE VERGE
Source