บริการของ SCENT AND SENSE มีตั้งแต่ออกแบบกลิ่น ออกแบบกราฟิกบนตัวงาน งานโปรดักชั่น จัดหาแพ็กเกจจิ้ง โดยมีการร่วมมือกับโรงงานเซรามิกซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนงานคราฟต์ ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย วางแผนเรื่องการวางสินค้าในตลาด เป็นต้น
โดยบริการหลักของ SCENT AND SENSE คือบริการออกแบบกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อน “ตัวตน” หรือ “คอนเซ็ปต์” สำหรับลูกค้าธุรกิจในรูปแบบต่างๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนแรกบริการรับผลิตน้ำหอม สกินแคร์ และเครื่องหอม ส่วนที่สองบริการระบบกระจายกลิ่นสำหรับอาคาร ร้านค้า และอีเวนท์ ส่วนสุดท้ายจำหน่ายหัวน้ำหอมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อได้กลิ่นเป็นเอกลักษณ์และควบคุมต้นทุนการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ SCENT AND SENSE ยังได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นดังๆ อย่าง DAPPER, SMILEYHOUND GREYHOUND เพื่อร่วมรังสรรค์กลิ่นและสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค ร่วมงานกับผลิตภัณฑ์ Sleep Dee จนได้รับรางวัลชนะเลิศ The Beauty Shortlist Award 2022 จากอังกฤษและล่าสุดนอกจากได้รับการคัดเลือกน้ำหอมเข้า Finalist 6 กลิ่น และติด Top 5 Popular Vote 3 กลิ่นแล้ว ผลงานภายใต้แบรนด์ Artepole ยังได้รางวัลชนะเลิศสาขา Thai Enhancement อีกด้วย
“หลายปีมานี้ SCENT AND SENSE เติบโตค่อนข้างสูง ปัจจัยหนึ่งเกิดจากการที่ธุรกิจของเรามีความเฉพาะตัว ในไทยอาจจะมีคนทำไม่เยอะ และความต้องการของตลาดค่อนข้างดี ปัจจุบันเราโต 100% มา 3 ปีแล้ว ตอนนี้พอเราชัดเจนว่าเราเป็น One Stop Service เราก็มุ่งมาทางนี้เต็มตัว เพราะเรามองว่าเป็นโอกาสทางการตลาด สำหรับในแง่ของนักปรุงกลิ่นในไทยมีศิลปินอิสระอยู่จำนวนไม่มากแต่ค่อนข้างเก่ง เราเองก็วางแผนไว้ว่าอยากร่วมงานกับคนเหล่านี้ เพราะเรามองว่าอุตสาหกรรมนี้ยังสามารถเติบโตไปได้อีก ถ้าอุตสาหกรรมนี้โต ฝั่งเกษตรกรเองก็จะโตไปกับเราด้วย เราไม่ได้อยากโตคนเดียว แล้วเรามองว่านักน้ำหอมไทยถ้าผลักดันให้เป็นอาชีพจะมีศักยภาพในการไปต่อในระดับโลกได้”
แผนงานของ SCENT AND SENSE ในปีนี้และปีหน้า คุณรุจิรามองว่าจะมีการเพิ่มเรื่องของฐานงานวิจัยน้ำมันหอมระเหยไทยเพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันหอมระเหยต่างประเทศ รวมถึงงานวิจัยเพิ่มประสิทธิภาพความคงทนของกลิ่นในผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้การทำงานของ SCENT AND SENSE แข็งแรงขึ้น โดยอาจจะมีการเพิ่มเรื่องของจิตวิทยาในการใช้กลิ่นอโรมาโคโลจีไปถึงสุคนธบำบัด รวมถึงการหาโปรดักต์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า
“เป้าหมายในการเติบโตของเรา คือเราต้องการเป็นเบื้องหลังที่แข็งแรงให้ลูกค้า ส่วนในขาของชุมชนเราพยายามจะมีตัวชี้วัดทุกปีว่าในแต่ละปีที่เราช่วยเกษตรกรควรเติบโตขึ้น แข็งแรงขึ้น รวมถึงในขาของนักปรุงกลิ่นที่เราต้องการเป็น HUB ให้กับนักออกแบบอิสระแต่เติบโตไปด้วยกันทั้งอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้วงการน้ำหอมและเกษตรกรเติบโตไปด้วยกัน”