3.บีเจซี หรือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ที่เข้ามาทำผ่านธุรกิจค้าปลีกในเครือคือบิ๊กซี โดยใช้ชื่อร้านว่า “ร้านโดนใจ” ที่ถูกสร้างให้ เป็นโมเดลธุรกิจในการรุกตลาดไม่ใช่แค่บ้านเรา แต่ยังรวมถึงประเทศในกลุ่ม CLMV ทั้งลาว เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา
การเข้าซื้อบิ๊กซี เมื่อหลายปีก่อน เริ่มมีภาพของความชัดเจนในการสวมหมวก 2 ใบของบีเจซี ที่เป็นทั้งซัพพลายเออร์ และร้านค้าปลีก ซึ่งการมีเครือข่ายร้านโชวห่วยที่ใกล้ชิดชุมน และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างบิ๊กซียังเข้าไปไม่ถึง จะเข้ามา ช่วยในการเป็นเครือข่ายที่ดีและทรงพลัง
ส่วนฝ่ายค้าปลีก - ค้าส่ง นั้น จะมีค้าปลีก - ค้าส่ง ในกลุ่มซีพีเป็นแกนหลัก ประกอบไปด้วย
1.แม็คโคร กับ การทำร้านบัดดี้ มาร์ท ซึ่งเป็นการดึงผู้ที่สนใจจะทำร้านโชวห่วยที่มีการยกระดับการบริหารจัดการที่ ทันสมัย โดยบัดดี้ มาร์ท นี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการทำประมาณ 3 - 4 แสนบาท แยกเป็นค่ามัดจำอุปกรณ์ประมาณ 2 แสน และค่าตกต่างร้านอีก 100, 000 - 200,000 บาท ทางแม็คโครจะลงสินค้าให้เต็มร้าน และจะไม่มีการหักกำไรหรือเสียค่าธรรม เนียมใดๆ อีก
ร้านบัดดี้ มาร์ท นั้น มีความหลากหลายในเรื่องขนาดหรือพื้นที่ขายของร้านค่อนข้างมาก ไล่ตั้งแต่ ร้านที่เป็นแพ็กเกจ ไซส์ S มีขนาดน้อยกว่า 50 ตร.ม. มีสินค้าในร้านประมาณ 1,600 รายการ แพ็กเกจไซส์ M ขนาด 51 – 100 ตร.ม สินค้า ประมาณ 2,200 รายการ และแพ็กเกจไซส์ L ขนาดมากกว่า 100 ตร.ม.มีสินค้าประมาณ 3,000 รายการ
โดยคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมเครือข่ายร้านบัดดี้ มาร์ทนั้นจะต้องผู้ประกอบการเดิม หรือผู้ที่อยากทำธุรกิจโชวห่วย และมินิมาร์ท มีใจรักบริการ และมีความตั้งใจอยากจะพัฒนาร้านค้า มีเงินลงทุนตกแต่งร้านเริ่มต้น 100,000 - 200,000 บาท มีเงินค้ำประกัน 200,000 บาท โดยมีสัญญาระยะเวลา 3 ปี
ในปีที่ผ่านมา แม็คโคร ทำโครงการ “มิตรแท้ ชุมชน” เป็นโครงการที่เข้าไปช่วยยกรดับการทำร้านโชวห่วยในชุมชน ให้กลายเป็น “สมาร์ท โชวห่วย” ที่นอกจาการยกระดับการบริการจัดการแล้ว ยังมีการสร้างรายได้เพิ่มจากการขายสินค้าอื่นๆ นอกจากสินค้า FMCG ที่ขายอยู่เดิม โครงการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำซีอาร์เอ็ม ที่เช้ามาช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ แน่นแฟ้นกับผู้ประกอบการโชวห่วย หลังจากที่แม็คโครมีการทำ “มิตรแท้ โชวห่วย” ที่ช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับโชวห่วย มาตลอดในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
ส่วน “บัดดี้ มาร์ท” จะเป็นโครงการที่เริ่มในปีนี้ โดยเริ่มรุกจากภาคกลาง ก่อนขยายไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคอื่นๆ ซึ่งจุดแข็งหนึ่งของความเป็นแม็คโคร ก็คือการมีสาขาที่ครอบคลุมหลายจังหวัด และสาขาเหล่านั้นก็มีทีมงานที่ ทำในเรื่องของการหาเครือข่ายร้านค้ารวมถึงการทำเรื่องมิตรแท้ ชุมชน ที่สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ เชื่อว่า บัดดี้ มาร์ท จะเป็นอีกเครือข่ายที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดให้ซัพพลายเชน ในเรื่องของโชวห่วยมีความแข็งแกร่งและเติบโต ในระยะยาว
2.โลตัส กับเครือข่ายร้าน “ร้านนี้ ขายดี” ขึ้นมา โดยโลตัส เน้นย้ำว่า เป็นการสร้างเครือข่ายขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุน การทำธุรกิจของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการร้าน และเจ้าของร้านจะเป็นเจ้าของธุรกิจ และดูแลธุรกิจด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องแบ่งกำไรให้กับใคร ซึ่งเป็นคู่แข่งขันโดยตรงกับร้านถูกดี มีมาตรฐาน ของทีดี ตะวันแดง โดยเฉพาะในมุมของการดึงผู้ประกอบการร้านโชวห่วย เข้ามาเป็นเครือข่ายของตัวเอง
โลตัส ถือเป็นธุรกิจของแม็คโคร ที่ถูกวางไว้ให้เจาะกลุ่มลูกค้า B2C ซึ่งจะแตกต่างจากแม็คโครที่เป็น B2B หรือขาย เข้าไปยังผู้ประกอบการเป็นหลัก การทำโครงการ “ร้านนี้ ขายดี” จะเป็นการเข้ามาช่วยเสริมยอดขายในส่วนของการขายเข้า ร้านเครือข่ายที่สร้างขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ไม่มากก็น้อยหากเครือข่ายนี้มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามหากมองเข้ามาที่รายละเอียดแล้ว จะพบว่า ร้าน “บัดดี้ มาร์ท” จะมีความแตกต่างจากร้านนี้ ขายดี ของโลตัส ตรงที่ไซส์ และความหลากหลายของสินค้าที่จะขายในร้าน ซึ่งจะเป็นความแตกต่างในลักษณะ “แยกกันเดิน รวมกันตี” ที่ในท้ายที่สุด.....