นับตั้งแต่การเปิดตัวบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน มาตั้งแต่ปี 2017 จากที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดในบัตรเครดิตเพียง 2% เมื่อ 5 ปีก่อน จนล่าสุดสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นปี 4.6% โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากความสำเร็จด้านการวางกลยุทธ์ที่นอกเหนือจากการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างเซ็นทรัลกรุ๊ป ยังมีเรื่องของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำตลาดโดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 นั่นคือการกระตุ้นกำลังซื้อในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง
สำหรับความสำเร็จในปีนี้ บัตรเครดิต เซ็นทรัลเดอะวัน มียอดใช้จ่ายผ่านบัตร ณ เดือนสิงหาคม 2565 รวม 60,000 ล้านบาท เติบโต 31% เทียบกับปี 2564 รวมทั้งมีส่วนแบ่งตลาดบัตรเครดิตของไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายใน 5 ปี สะท้อนภาพความสำเร็จในการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจนเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตร่วมได้อย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ได้มีการประกาศการปรับกลยุทธ์ในปีนี้ เพื่อเป็นการขยายและต่อยอดความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มให้มากขึ้นและลึกขึ้นใน 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ 1) ด้านข้อมูล จากฐานลูกค้ากว่า 18 ล้านราย 2) ด้าน Digital Ecosystem 3) ด้านการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเครือเซ็นทรัลกับเครือกรุงศรี และ 4) ด้านนวัตกรรมการชำระเงิน พร้อมการขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง 20%
ดังนั้น แผนต่อมาของบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน คือการปรับภาพลักษณ์ของบัตรเพื่อให้มีความทันสมัย รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีการซื้อขายสินค้าออนไลน์เข้ามาตอบโจทย์มากขึ้น รวมถึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในเครือ เช่น CPN ที่เป็นศูนย์การค้าที่อาจจะได้รับความนิยมมากกว่าห้างสรรพสินค้า
ล่าสุด บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ต่อยอดความสำเร็จพร้อมเดินหน้าขยายฐานการตลาดเพื่อสร้างความหลาก หลายให้กับกลุ่มลูกค้า ด้วยการเปิดตัว “บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด)” ซึ่งเป็นการปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับบัตรเดอะวัน เรดซ์ ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ดูคูลๆ สไตล์มินิมอล โดยวางเป้าหมายเพื่อเจาะกลุ่มคน Young Gen ชูจุดขายด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องส่วนลด เครดิตเงินคืน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การช้อป กิน เที่ยว ออนไลน์ และบันเทิง

อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อมอบส่วนลด คะแนนเดอะวันพิเศษ และสิทธิพิเศษสุดคูล ตอบทุกฟีลการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งช้อป กิน เที่ยว ออนไลน์ และบันเทิง ทุกร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และจะเป็นครั้งแรกที่มีสิทธิประโยชน์จากร้านค้าในศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีกทั้งเครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่ร่วมรายการ
“เป้าหมายสำคัญ คือการขยายตลาดที่มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพิ่มความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าโดย เฉพาะกลุ่ม Mass เพื่อครองความเป็นผู้นำตลาดบัตรเครดิตร่วมอย่างต่อเนื่อง และยกระดับให้บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เป็นหนึ่งในบัตรเครดิตที่ผู้บริโภคเลือกใช้เป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวันมากขึ้น”
อธิศ กล่าวเสริมว่า แต่เดิมการหาลูกค้าใหม่ของบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน ปกติโปรไฟล์ลูกค้าที่เข้ามาจะเป็นกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีอายุ เนื่องจากเป็นลูกค้าที่มาจากกลุ่มดีพาร์ทเม้นต์สโตร์เป็นหลัก ส่วนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ ยังคงเป็นบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ แต่เป็นลิมิเต็ด พร้อมการปรับลุคใหม่เพื่อเอาใจกลุ่ม New Gen ควบคู่ไปกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางร้านค้า ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อย ลง เช่น ส่วนลดสูงสุด 5% และคะแนน The 1 สูงสุด 3 เท่า กว่า 5,000 ร้านค้า ในเครือเซ็นทรัล หรือส่วนลด 50% ในการซื้อบัตรดูหนังในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และเอสเอฟ
“จากข้อมูลที่มี สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เป็นบัตรหลัก หากเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีอายุก็จะชอบทานข้าวในโรงแรมที่เป็น Luxury Dinning เป็นหลัก ส่วนกลุ่มที่เป็น Young Gen อาจจะทานข้าวในฟาส์ตฟู้ด เน้นดูหนัง ช้อปปิ้งบ้าง เช่น อาดิดาส H&M เป็นต้น เราจึงพยายามใส่สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เข้าไป ซึ่งพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่ม Young Gen อาจยังไม่ถี่เหมือนอย่างการใช้ Grab ส่วนกลุ่มที่ To be Fan ก็จะมีค่าเฉลี่ยการซื้อประมาณ 7,000 - 8,000 บาทต่อบิล ถ้าเขามีรายได้เดือนละ 15,000 บาท คิดเป็น 50% ยังมองไม่เห็นในมิติว่า เด็กรุ่นใหม่จะฟุ่มเฟือยกว่าผู้ใหญ่”

ปัจจุบัน บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน มีบัตร 4 ประเภท ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน แบล็ค, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ลักซ์ และบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ ซึ่งเป็นบัตรที่ได้มีการปรับโฉมใหม่โดยใช้ชื่อว่า บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) ซึ่งฐานลูกค้าหลักจะมีอายุประมาณ 40-45 ปี แม้จะเป็นกลุ่มหลักที่ส่งแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโต และเป็นกลุ่มที่ต้องรักษาไว้ แต่ในขณะเดียวกันบริษัทจำเป็นต้องหากลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เป็นนิวเจน เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ที่จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่า บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) จะได้รับการตอบรับที่ดี โดยตั้งเป้าภาย ในปี 2566 จะมียอดสมัครบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) กว่า 120,000 ใบ และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรใหม่เพิ่มขึ้น 10% สำหรับภาพรวมธุรกิจของบริษัทในปีนี้ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร 95,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 หรือเติบโต 25% เทียบกับปีก่อน
โดยกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Young Gen ที่บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน มองไว้จะอยู่ในช่วงอายุ 30 – 35 ปี ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่า กลุ่มนี้จะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 50% จากเดิมที่มีอยู่ราวๆ 20%
เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่กำหนดไว้ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เรดซ์ (ลิมิเต็ด) ยังเลือกใช้ “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งการใช้ Brand Ambassador Strategy ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ “เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส” ไม่เคยทำมาก่อนในรอบ 24 ปี นับตั้งแต่มีการเปิดตลาดบัตรเครดิตร่วมกับทางเซ็นทรัล กรุ๊ป ซึ่งมาจากโจทย์ของการเป็น Co-Brand ที่มองว่าเป็นการก้าวเข้าไปสู่สนามที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญ จึงต้องมีสื่อกลางเพื่อให้รีเลทไปกับการสื่อสารของแบรนด์ จะทำให้เข้าถึงกลุ่ม เป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น
“การเป็น Co-Brand ทำให้มองว่า เราอยู่ในยูนิเวิร์สของเซ็นทรัลกรุ๊ป ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าข้างนอกของเซ็นทรัลกรุ๊ปกว้างใหญ่แค่ไหน เรารู้แต่เพียงว่า ถ้าเราจะรีเฟรชพอร์ตเพื่อทำให้พอร์ตของเราไปต่อได้เรื่อยๆ เราคงต้องรีเฟรชพอร์ตเพื่อให้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น เพื่อให้แบรนด์สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้” อธิศ กล่าว