ประเทศนิวซีแลนด์มีวัวอยู่ร่วม 10 ล้านตัว แกะอีก 26 ล้านตัว (ส่วนประชากรอยู่ที่ 5 ล้านคน) หากลองนึกภาพว่าในวันๆ หนึ่ง แต่ละตัวเรอ ถ่ายมูล และฉี่ออกมาเป็นก๊าซมีเทนรวมเท่าไร? นับว่าเป็นมวลมหาศาลทีเดียว
ก๊าซเหล่านี้เมื่อลอยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศล้วนมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ประเทศนิวซีแลนด์ ภายใต้การนำของนายก รัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น จึงต้องการควบคุมการปล่อยก๊าซด้วยแผนการเก็บภาษีจากผู้ประกอบการ เพื่อหวังจะช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่รัฐกำหนดไว้ในปี 2025

สำหรับนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อสัตว์และปศุสัตว์รายใหญ่ของโลกกว่า 48% ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อย ออกมานั้นมาจากภาคการเกษตร และส่วนใหญ่ก็คือก๊าซมีเทนที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลาย เช่น น้ำเสีย ชีวมวล และมูลสัตว์ ดังนั้นประเทศนิวซีแลนด์จึงมีแผนที่จะเป็นประเทศแรกในโลกที่จัดเก็บภาษีสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศจาก ฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งรวมถึงก๊าซจาก “เรอ” “อึ” และ “ฉี่” ของปศุสัตว์ โดยเงินภาษีที่ได้มาก็จะกลับคืนสู่ภาคเกษตรกรรมเอง นั่นคือใช้ เป็นเงินทุนสำหรับเทคโนโลยีและงานวิจัยใหม่ๆ ที่จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซจากภาคเกษตรกรรมได้ ทั้งยังแนะนำเกษตรกร ว่าให้ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เสียไปด้วยการขึ้นราคาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทน ซึ่งนั่นหมายถึงผู้บริโภคจะต้องเป็นผู้ร่วมแบกรับ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าอัตราการเก็บภาษีนี้จะอยู่ที่เท่าไร แต่ทันทีที่รัฐบาลประกาศแผนนี้ออกมา เกษตรกรใน ประเทศต่างก็แสดงความไม่พอใจ เนื่องจากมองว่านโยบายนี้เป็นการเพิ่มต้นทุนโดยใช่เหตุ
แอนดรูว์ ฮ็อกการ์ด (Andrew Hoggard) ประธานสหพันธ์เกษตรกรแห่งชาตินิวซีแลนด์กล่าวว่า แผนการนี้จะ “ฉีกทึ้ง ประเทศเล็กๆ อย่างนิวซีแลนด์ให้ย่อยยับ” มันจะทำให้เกษตรกรตัดสินใจล้มเลิกกิจการ และปล่อยให้ฟาร์มกลายเป็นพื้นที่รกร้าง ทางด้าน แอนดรูว์ มอริสัน (Andrew Morrison) ประธานกลุ่มฟาร์มล็อบบี้ บีฟพลัสแลมป์นิวซีแลนด์ บอกว่า เกษตรกรต่างรู้ดีว่า พวกเขาควรมีส่วนร่วมในเรื่องโลกร้อน แต่รัฐบาลก็ควรพิจารณาความเดือดร้อนของเกษตรกรด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นเพียง “แผน” และรัฐบาลก็ยังไม่ได้ตกลงใจที่จะดำเนินการเรื่องภาษีปล่อยก๊าซนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ว่าทางออกที่มีร่วมกันของรัฐบาลและผู้ประกอบการจะเป็นอย่างไร แต่น่าสนใจที่ว่าประเทศนิวซีแลนด์เองไม่ใช่ประเทศราย ใหญ่ระดับท็อป 20 ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไปทำลายโลก แต่ทางรัฐบาลเองก็ยังจริงจังกับการลดโลกร้อนจนต้องมีมาตรการ กับอุตสาหกรรมการเกษตรที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ นโยบายรักษ์โลกของนิวซีแลนด์จึงนับเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าติด ตามของยุคนี้ทีเดียว