Bank of America ระบุว่า ช่วง 2 ทศวรรษจากนี้ คนรุ่นมิลเลนเนียล และ Gen Z จะได้รับมรดก 73 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,600 ล้านล้านบาท) จากคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งเป็นการถ่ายโอนความมั่งคั่งครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
คำถามที่ตามมาคือ เจ้าของใหม่ของสินทรัพย์จะลงทุนเหมือนหรือแตกต่างกับคนรุ่นก่อนอย่างไร
ผลการศึกษาให้ข้อมูลว่า พวกเขาหันไปสนใจทางเลือกอื่น ๆแตกต่างจากคนรุ่นก่อน ทั้งนี้เกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งมีอายุระหว่าง 21 ถึง 42 ปี เชื่อว่า พวกเขาจะไม่มีวันชนะตลาดด้วยวิธีเหมือนคนรุ่นก่อน ซึ่งก็คือลงทุนในหุ้นและพันธบัตร
เมื่อแยกย่อย จะพบว่า นักลงทุนอายุน้อยเหล่านี้ กำลังจัดสรรเงินให้กับการลงทุนทางเลือกมากกว่าคนรุ่นก่อนถึง 3 เท่า โดยครึ่งหนึ่งไม่ใช่หุ้นและพันธบัตรอีกต่อไป ประเด็นนี้ แสดงถึงการเคลื่อนย้ายเงินก้อนใหญ่มากๆออกจากตลาดเดิม
นักลงทุนอายุเยาว์ส่วนใหญ่ หรือ 47% ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนนี้ 15% ถือคริปโต ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคนรุ่นก่อน ที่ถือคริปโตแค่ 2%
Bank of America ระบุว่า 16% ของพอร์ตลงทุนของนักลงทุนหนุ่มสาวเน้นการลงทุนทางเลือก การลงทุนที่คนรุ่นใหม่เชื่อว่ามีโอกาสโตสูงสุด (ไม่รวมคริปโต) คือ อสังหาริมทรัพย์ ตามด้วยทางเลือกที่มีสัดส่วนเท่ากัน คือ private equity

สุดเซอร์ไพรส์ !!! หนุ่มสาวหันสนใจลงทุนงานศิลปะ
ข้อมูลจากการสำรวจระบุว่า 66% ของนักลงทุนหนุ่มสาว ล้วนครอบครองงานศิลปะ เทียบกับคนรุ่นก่อนที่ครอบครองแค่ 23% ยิ่งกว่านั้น ยังเจาะลึกลงไปด้วยว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนถึง 83% ที่ซื้องานศิลปะมาครอบครองอย่างน้อย 1 ชิ้น เทียบกับคนรุ่นก่อนที่ซื้อเพียง 53% เท่านั้น
แม้ 2 ใน 3 (ประมาณ 63%) ของทั้งสองกลุ่มจะบอกว่าพวกเขาชอบงานศิลปะเพราะคุณค่าทางสุนทรียภาพ แต่มี 9% บอกว่า ถ้ากำไรก็พร้อมขาย และถ้างานชิ้นใดชิ้นหนึ่งราคาสูงขึ้นมากๆ 42% ของคนหนุ่มสาวเหล่านี้ ก็ยอมรับว่า”เป็นไปได้สูง" ที่จะขาย เทียบกับผู้สูงอายุเพียง 25% เท่านั้น ที่บอกว่าราคาสูงขึ้นแล้วจะขาย
ด้านการลงทุนทางเลือก นับจากปี 2018 เป็นต้นมา การลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืน (sustainable investment)ของผู้มีความมั่งคั่งสูง เพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 12% เป็น 26% โดยคนรุ่นมิลเลนเนี่ยลสนใจเรื่องนี้ 73% เทียบกับคนรุ่นก่อนที่สนใจแค่ 21% ขณะที่ 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า เรื่องนี้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก
ข้อมูลข้างต้น เป็นผลจากงานวิจัย Private Bank Study of Wealthy Americans ปี 2022 ของ Bank of America เป็นการสํารวจความเห็นผู้มีสินทรัพย์ลงทุนได้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 100 ล้านบาท) ประมาณ 1,000 คน ซึ่งพบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งเรื่องแนวทางการลงทุน การส่งผ่าน และการวางแผนความมั่งคั่ง
ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของพลังควบคุมเงินก้อนใหญ่ที่สุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งส่วนบุคคลของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งกับครอบครัว บรรดา Wealth Managerองค์กรการกุศล และตลาดการเงินในอนาคต

ที่มา
- งานวิจัย Private Bank Study of Wealthy Americans ปี 2022 ของ Bank of America
- สํารวจความเห็นผู้มีสินทรัพย์ลงทุนได้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านดอลลาร์ จำนวน 1,000 คน