1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 นายกรัฐมนตรี Narendra Modi ของอินเดีย เป็นประธานเปิดใช้บริการ 5G ได้จริงครั้งแรกของประเทศ โดยก่อนหน้านั้นอยู่ในช่วงลงทุนเครือข่าย 2-3 ปี บริการดังกล่าวมีให้บริการบางเมือง เช่น Delhi, Chennai, Mumbai, Kolkata, Lucknow, Varanasi, Ahmedabad, Bengaluru, Chandigarh, Jamnagar, Gandhinagar, Pune, Siliguri, Gurugram และ Hyderabad รวมถึงมีแผนทำให้ครอบคลุมทั้งประเทศภายในปี2024
Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า 5G ไม่ได้นําเข้าจากที่อื่น นี่เป็นผลิตภัณฑ์ของเราเอง เธอย้ำ พร้อมเพิ่มเติมว่า การเปิดตัว 5G เป็นจังหวะก้าวสำคัญสำหรับโครงการ Digital Indiaซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริม 3 ภาคส่วน คือ การศึกษาการดูแลสุขภาพและการเกษตรทำคู่ขนานไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์
ทั้งนี้ 5G กำลังเป็นกระแสหลักของโลก ตามรายงานของ Global Mobile Supplier Association กลางปี 2565 มี 70 ประเทศมีเครือข่าย 5G ใช้ เพิ่มจากปี 2563 ซึ่งมีเพียง 38 ประเทศ ขณะที่ 15 แห่งมีใช้บางส่วน คาดว่าผู้ใช้ 5G จะถึง 1,000 ล้านคนในปี 2565

ความคืบหน้าของบริการจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม คือ Bharti Airtel เปิดตัวบริการ 5G แล้ว คือ Airtel 5G Plus – ใน 8 เมือง และจะครอบคลุมทั่วประเทศภายในเดือนมีนาคม2567 ส่วน Reliance Jio เริ่มให้ผู้บริโภคทดลองใช้ รวมถึงให้คำมั่นว่าจะครอบคลุมทั้งประเทศภายในเดือนธันวาคม 2566 ทั้งนี้ ตัวแทนรัฐบาลได้พบกับผู้บริหารจากบริษัทต่างๆ มากกว่า 12 แห่ง ทั้งผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน เช่น Apple, Samsung, Oppo, Vivo และอื่นๆ ขอให้ผู้ผลิตอัปเกรดซอฟท์แวร์ที่จำเป็น เพื่อสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G
ผลการสำรวจความเห็นผู้บริโภคประจําปีของ Counterpoint Research ระบุว่า ประมาณ 50% ของเจ้าของสมาร์ทโฟนของอินเดียวางแผนซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องต่อไปในช่วง 1 ปี ขณะที่ ซัมซุง ไอโฟน และ OnePlus เป็นแบรนด์ที่ต้องการมากที่สุดสําหรับการซื้อครั้งต่อไป ส่วนช่วงราคาที่มีความต้องการมากที่สุด อยู่ที่ 20,000- 30,000 รูปี (9,300-14,000 บาท - 1 รูปี = 0.4633 บาท)
ปัจจุบัน อินเดียมีผู้ใช้มือถือประมาณ 600 ล้านเครื่อง สมาร์ทโฟน 5G มีสัดส่วน 29% ของตลาดรวม โดยมีซัมซุงเป็นเจ้าตลาด 5G ส่วนแบ่งตลาด 25%
ผลการสํารวจความคิดเห็นของ LocalCircles แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชุมชนชั้นนํา ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม 9,965 คน เป็น ได้ข้อมูลว่า 50% มีแผนอัพเกรดมือถือเดิมเป็น 5G
ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า ผู้ใช้ซัมซุงมี Brand Loyalty แข็งแกร่งที่สุด โดย 51% ของผู้ใช้ซัมซุงอยู่แล้ว จะซื้อแบรนด์เดิมสำหรับเครื่องใหม่ ขณะที่ Apple อยู่อันดับ 2 ที่ 20% สำหรับการซื้อเครื่องใหม่
นับจากปี 2563 ซัมซุงเติบโตก้าวกระโดดมาตลอด เริ่มจากได้รับแรงหนุนจากซีรีย์ A และ M (A51, A20, A30 และ M30) เสริมด้วยการเปิดตัวในหลายระดับราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มระดับพรีเมียมที่ราคาไม่แพง (S10 Lite, Note 10 Lite)

สำหรับ 5G ซัมซุงให้ข้อมูลว่าจะเปิดตัว 5G ในทุกอุปกรณ์ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ Appleแถลง ว่า 5G จะเปิดใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์สําหรับผู้ใช้ iPhone ในเดือนธันวาคม ซึ่งทำได้กับiPhone 14, 13, 12 และ iPhone SE
ในอินเดีย ไอโฟนของ Apple เติบโตต่อเนื่องมาตลอด เป็นผลจากการมียอดขายแข็งแกร่ง รวมถึงได้ประโยชน์จากการให้ ส่วนลดมากมายบนแพลตฟอร์มอย่าง Flipkart และ Amazon ทำให้เป็นผู้นำทั้งกลุ่ม premium (30,000 รูปี หรือ 400 ดอลลาร์ ) และ ultra-premium (45000 รูปี หรือ 600 ดอลลาร์)ส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ย 45%
Arushi Chawla นักวิจัย ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนสําคัญในชีวิตของทุกคน ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจึงพยายามอัปเกรดอุปกรณ์ทุกครั้งที่ซื้อเครื่องใหม่ ผลการสำรวจความเห็นระบุว่า หลังซื้อเครื่องใหม่ผู้ใช้มากกว่า 1 ใน 3 มีแผนเก็บเครื่องเดิมไว้เป็นเครื่องสำรอง นอกจากนั้น ด้วยโปรโมชั่นเครื่องเก่าใช้แลกเครื่องใหม่ได้ ทำให้มีมากกว่า 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะใช้โปรโมชั่นนี้กับการซื้อเครื่องถัดไป รวมถึงสะดวกใจที่จะซื้อสมาร์ทโฟนราคาสูงขึ้น เพื่อได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น และคุณสมบัติที่อัปเดตจากของเดิม