จากที่ Balenciaga เพิ่งประกาศตัดความสัมพันธ์กับ Kanye West ไปหมาดๆ ล่าสุดนี้ วันที่ 25 ตุลาคม แบรนด์กีฬาสัญชาติเยอรมันอย่าง Adidas ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ประกาศยุติการร่วมงานกับแรปเปอร์ชื่อดังคนนี้ รวมถึงจะเลิกผลิตรองเท้า Yeezy ที่ทั้ง 2 ฝั่งร่วมกันพัฒนาจนดังไปทั่วโลก พร้อมระบุว่าการยกเลิกนี้จะ “มีผลในทันที”
สาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใดนอกจากพฤติกรรมของเขาที่นับวันจะยิ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ อย่างเรื่องล่าสุดที่เขาใส่เสื้อ White Lives Matter ซึ่งเป็นการต่อต้านมูฟเม้นต์ Black Lives Matter ในงานปารีสแฟชั่นวีค รวมถึงการแสดงความคิดเห็นเหยียดชาวยิว (Antisemitic) อยู่บ่อยครั้งจนคนส่วนใหญ่เอือมกันแทบทั้งอินเทอร์เน็ต
ก่อนหน้านี้เขาก็มีข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ค่อยน่าคบหาสมาคมโผล่มาให้เห็นอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ที่เหยียดหยาม Taylor Swift ดูถูก Pete Davidson รวมถึงส่อเสียดอดีตภรรยาอย่าง Kim Kardashian และเมื่อความคิดเห็นของเขาที่หลายครั้งไปถึงขั้นการสร้างความเกลียดชัง แตะไปถึงความเคลื่อนไหวสำคัญในสังคมตะวันตก ทั้งการเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับคนผิวดำและชาวยิว หลายแบรนด์จึงออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่สนับสนุนวิธีคิดเหล่านี้ นั่นก็คือการตัดความสัมพันธ์กับ Kanye West ไม่ว่าจะเป็นGap, Balenciaga, Vogue หรือเอเจนซี่ดังในอเมริกาอย่าง CAA แบรนด์ล่าสุดก็คือ Adidas นี่เอง
อันที่จริงที่ผ่านมาการร่วมงานระหว่าง Adidas กับ Kanye นั้นสร้างมูลค่ามหาศาล โดยทั้ง 2 ฝ่ายร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2013 และเซ็นสัญญาผลิตรองเท้า Yeezy ในปี 2016 และ Yeezy ก็กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ฮิตติดตลาดมาตั้งแต่ปีนั้น ทั้งยังสร้างรายได้ให้กับAdidas ได้ถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น 10% ของรายได้ทั้งหมดของแบรนด์ ทั้งยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้ Adidasตีตื้นคู่แข่งสำคัญอย่าง Nike ได้ด้วย กลายเป็นหนึ่งในงานคอลแลบฯ ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้
การยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงส่งผลต่อแบรนด์ไม่น้อย โดยหลังจากมีข่าวออกไปว่าทางแบรนด์ตั้งใจจะยุติการร่วมงานกับ West หุ้นของบริษัทก็ตกลงไปกว่า 4% และทางแบรนด์ยังระบุเองอีกว่า ในระยะสั้นเรื่องนี้ก็น่าจะกระทบกับรายได้กว่า 246 ล้านดอลลาร์ทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม นี่น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้ว
ก่อนหน้านี้พฤติกรรมต่างๆ ของ Kanye ก็ทำให้ Adidas ประกาศเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่ากำลัง ‘ทบทวน’ การร่วมงานกับแรปเปอร์คนดัง ซึ่งคล้ายการบอกเป็นนัยๆ ว่ารับรู้ถึงข้อท้วงติงที่หลายฝ่ายมีต่อ Kanye แล้ว แต่ยังไม่นำไปสู่การยกเลิกสัญญา จนทำให้ Kanye ออกมาขยี้ประเด็นนี้ต่อด้วยตัวเอง
“ผมสามารถพูดเหยียดคนยิวได้ และอาดิดาสก็ไม่สามารถตัดผมออกได้ด้วย ไงต่อล่ะทีนี้?” เขาพูดผ่านรายการพอดแคสต์รายการหนึ่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ทั้งยังทวีตอีกว่า “คืนนี้ผมง่วงนิดหน่อย แต่ถ้าผมตื่นขึ้นมา ผมจะถล่มพวกคนยิวให้ราบเลย…”
และนั่นก็ทำให้หลายคนยิ่งไม่พอใจที่เขาในฐานะคนดังระดับโลก ที่มีผู้ติดตามระดับหลายสิบล้านคนจากทุกแพลตฟอร์มรวมกัน จะส่งต่อความคิดที่อันตรายอย่างนี้ออกไป แม้แต่เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างทวิตเตอร์หรืออินสตาแกรมก็ยังต้องบล็อกข้อความเหล่านี้ของเขา ทั้งยังมีคนตั้งแคมเปญใน Change.org เรียกร้องให้ Adidas ยุติการร่วมงานกับเขาซึ่งมีคนร่วมลงชื่อกว่า169,100 คน
เช่นเดียวกับพนักงานของ Adidas เองที่ออกมาช่วยกันกดดันบริษัทของตัวเองที่ยังคงทบทวนอยู่ให้ออกมาดำเนินการจริงจังได้แล้ว ผลจึงเป็นอย่างที่เห็น
Adidas ระบุว่า “เราจะไม่ทนกับการเหยียดชาวยิวรวมถึงถ้อยคำสร้างความเกลียดชังทุกประเภท ความคิดเห็นในระยะหลังๆ ของเย (Kanye) รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและอันตราย และสิ่งเหล่านี้กำลังบ่อนทำลายจุดยืนเรื่องความหลากหลายและการเปิดรับผู้คนทุกรูปแบบของแบรนด์เรา”
Kanye นับเป็นคนดังที่มีอิทธิพลและเคยสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับหลายแบรนด์ แต่มาถึงวันนี้ดูเหมือนเขาจะเชื่อมั่นในจุดยืนว่าการเรียกร้องความเท่าเทียมให้กับชนชาติที่เคยเป็นเหยื่อของการค้าทาสและชนชาติที่เคยเผชิญการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้นเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียแล้ว จึงเป็นที่น่าจับตากันต่อไปว่าจะมี แบรนด์หรือองค์กรไหนที่ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์กับเขาอีกบ้าง
Source1Source2