ตั้งแต่สถานการณ์โควิด 19 ภาคการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบรุนแรง เมื่อปี 2019 จากนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน แต่ปีที่ผ่านมาเหลือนักท่องเที่ยวเพียง 4 แสนคน ซึ่งการระบาดของโควิดไม่เพียงส่งผลกระทบระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลก ดังนั้นโจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวสามารถฟื้นตัว เพื่อให้กลับมาเติบโตขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ยั่งยืนในโลกหลังโควิด
เป็นที่มาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ผนึกกำลังบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) พร้อมชูประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Sustainable Destination)
โดย AWC ได้ประกาศกรอบการดำเนินงานและเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร สานต่อความมุ่งมั่นในพันธกิจ "สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า"
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ททท. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว สอดคล้องกับการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวยั่งยืน”
มีการกำหนดแนวทางมาตรฐานใหม่ให้แก่สถานประกอบการได้นำไปปฎิบัติใช้ตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (การลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน การจัดการน้ำ และการจัดการของเสีย) ด้านเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า “AWC มุ่งมั่นในพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดย AWC ได้ร่วมมือตอบรับนโยบายกับทาง ททท. พันธมิตรทางภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันและเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้ประกอบการทั้งหมดมาร่วมสร้างคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทยไปด้วยกัน”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา AWC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ความอย่างยั่งยืนตลอดการะบวนการดำเนินงาน และโครงการต่างๆ ของ AWC อาทิ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ได้เป็นโรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20121 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการจัดงานอย่างยั่งยืน
AWC และพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนร่วมกันในกรอบการดำเนินงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3 เสาหลัก 6 มิติ หรือ 3BETTERs ได้แก่
BETTER PLANET สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตั้งแต่กระบวนการวางแผนและก่อสร้าง การจัดการ และการบริหารงาน
ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรในการบูรณาการกรอบแนวคิดในระดับสากลเข้ามาใช้ในการพัฒนาโครงการตามมาตรฐานอาคารสีเขียว ทั้งผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ ผู้รับเหมา ที่ปรึกษาโครงการ และอื่นๆ ต่อเนื่องถึงพันธมิตรในด้านการจัดการและบริหารการดำเนินงานที่จะร่วมรวมพลัง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เป้าหมาย
- มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2573
- มุ่งสู่การจัดการขยะของเสียด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ ในปี 2573
แผนดำเนินการเชิงกลยุทธ์
- การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในองค์กร
- การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน
- เพิ่มมูลค่าการจัดการวัสดุเหลือใช้ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านโครงการ reConcept
- การรับรองมาตรฐานอาคาร (เกณฑ์ LEEDหรือ WELL หรือ EDGE)
BETTER PEOPLE คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การพัฒนาบุคคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร การยกระดับการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมและชุมชน ผ่านความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นในการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการ “เดอะ GALLERY” ที่มุ่งจัดจำหน่ายสินค้าฝีมือคนในชุมชน
อีกทั้งยังเป็นอีกช่องทางที่ช่วยชุมชนเพิ่มมูลค่างานศิลปะ ซึ่ง AWC ตั้งใจขอชวนพันธมิตรและชุมชนติดต่อ เดอะ GALLERY เพื่อเพิ่มสินค้าและผลงานศิลปะเพื่อเป็นช่องทางการขาย ผ่านโครงการต่างๆ ของ AWC ทำการตลาดถึงลูกค้าจากทั่วโลก
เป้าหมาย
- สร้างโมเดลธุรกิจแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมที่สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชนภายในปี 2569
- ยกระดับสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดี สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม
- การส่งเสริมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่อุตสาหกรรม
- เพิ่มศักยภาพบุคคลากรเทียบเท่าระดับสากลในอุตสาหกรรมการโรงแรม
แผนดำเนินการเชิงกลยุทธ์
- เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการจ้างงานที่เหมาะสม และรายได้ที่มั่นคง
- การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการท้องถิ่น
- การสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานเพื่อป้องกันและรักษาอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการทำงานเป็นศูนย์
- เพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
BETTER PROSPERITY เศรษฐกิจที่ดีขึ้น การผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและกระตุ้นความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยวางแผนกลยุทธ์องค์กรให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผ่านการลงทุนพัฒนาบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายของบริษัทฯ สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชนและธุรกิจท้องถิ่น สร้างคุณค่าทวีคูณและธุรกิจองค์รวม (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก อีกทั้งส่งเสริมให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด
เป้าหมาย
- เพิ่มรายได้ของครัวเรือนและลดช่องว่างความไม่เท่าเทียมกันผ่านโครงการที่กำลังพัฒนาและสินทรัพย์ในการดำเนินงาน
แผนดำเนินการเชิงกลยุทธ์
- ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและประเทศ
- เพิ่มมูลค่าที่ดิน
- เพิ่มช่องทางตลาดการจ้างงาน
- พัฒนาโครงการแลนด์มาร์คเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ
“AWC ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวยั่งยืน และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมผนึกกำลังกับ ททท. และพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืน ยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก และ "สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า" ให้กับประเทศไทย รวมไปถึงเป้าหมายผลักดันความเป็นกลางทางคาร์บอน และไม่มีขยะฝังกลบจากการดำเนินงาน ภายในปี 2573” วัลลภา กล่าวสรุป
ปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโอของ AWC ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ 19 แห่ง กลุ่มศูนย์การค้า 9 แห่ง กลุ่มอาคารสำนักงาน 4 แห่ง และกลุ่มธุรกิจค้าส่ง 2 แห่ง รวม 34 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่อีก 15 โครงการ รวมถึงโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล โรงแรม อินน์ไซด์ กรุงเทพ สุขุมวิท ซึ่งถือเป็นโครงการที่ก่อสร้างโดยคำนึงถึงมาตรฐานอาคารสีเขียว และได้รับการรับรองมาตรฐาน EDGE ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการภายในต้นปี 2566
AWC ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการภายใต้แผนกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองอาคารสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรจากพื้นฐาน อาทิ โครงการอควาทีค เดอะบีชฟรอนท์ พัทยา ซึ่งตั้งเป้าให้ได้รับการรับรอง LEED ภายในปี 2569 และโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ส่วนต่อขยายที่ตั้งเป้าให้ได้รับการรับรอง LEED & WELL ภายในปี 2572